กำเนิดเครื่องรางของขลัง

กำเนิดความเป็นมาเครื่องรางของขลัง

จากบันทึกในตำราพิชัยสงครามกล่าวว่า นักรบจะมีเครื่องรางของขลังติดตัวเพื่อสร้างผลให้เกิดเป็นมงคล คงกระพัน แคล้วคลาด ยามออกศึกสงคราม โดยมีหลากหลายชนิด หลายลักษณะ ซึ่งมักจะได้รับมาจากพระสงฆ์ซึ่งชาวบ้านนับถือ มีจิตญาณสูง เก่งทางวิชาอาคม และนักรบจะมีความเชื่อต่อของขลังนั้นๆ อย่างมั่นคง จะเห็นได้จากการสืบทอดสรรพตำราตกทอดกันมาหลายรุ่นหลายสมัย ซึ่งเครื่องราง สามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทต่างๆดังนี้

เครื่องรางของขลัง

แบ่งตามการเกิดมาของเครื่องราง ได้แก่

  1.   เป็นสิ่งที่เกิดมาจากธรรมชาติ ไม่มีการสรรค์สร้าง ถือว่ามีดีในตัวและมีเทวดารักษาสิ่งนั้น เช่น เหล็กไหล คดต่างๆ เขากวางคุด เขี้ยวหมูตัน เขี้ยวเสือกลวง เถาวัลย์ ฯลฯ
  2.   เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาใหม่ ด้วยการนำแร่ธาตุต่างชนิด มาหลอมตามสูตรการเล่นแร่แปรธาตุในสมัยก่อน เช่น เมฆสิทธิ์ เมฆพัดเหล็กละลาย ตัวสัมฤทธิ์นวโลหะ สัตตะโลหะ ปัญจโลหะ เป็นต้น ทั้งนี้ครอบคลุมไปถึงเครื่องรางลักษณะต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงน์คุ้มกันภัยอันตราย

เครื่องรางของขลัง

 เครื่องคาด อันได้แก่เครื่องรางที่ใช้คาดศีรษะ คาดเอว และคาดแขน ฯลฯ

  1.   เครื่องสวม อันได้แก่เครื่องรางที่ใช้สวมคอ สวมศีรษะ สวมแขน สวมนิ้ว ฯลฯ
  2.   เครื่องฝัง อันได้แก่เครื่องรางที่ใช้ฝังลงไปในเนื้อหนังของคน เช่น เข็มทอง ตะกรุดทอง ตะกรุดสาลิกา (ใส่ลูกตา) และการฝั้งเหล็กไหลหรือฝังโลหะมงคลต่างๆ ลงไปในเนื้อ จะรวมอยู่ในพวกนี้ทั้งสิ้น
  3.   เครื่องอม อันได้แก่เครื่องรางที่ใช้อมในปาก อาทิเช่น ลูกอม ตะกรุดลูกอม (สำหรับในข้อนี้ไม่รวมถึงการอมเครื่องรางชนิดต่างๆ ที่มขนาดเล็กไว้ในปาก เพราะไม่เข้าชุด)

แบ่งตามวัสดุของเครื่องราง ได้แก่

  1.   โลหะ
  2.   ผง
  3.   ดิน
  4.   วัสดุอย่างอื่น เช่น กระดาษสา ชัน โรงดิน ขุยปู
  5.   จากสัตว์ เช่น เขี้ยวสัตว์ เขาสัตว์ งาสัตว์ เล็บสัตว์ หนังสัตว์
  6.   จากชิ้นส่วนคนตาย เช่น ผมผีพราย ผ้าตราสัง ผ้าห่อศพ ผ้าผูกคอตาย
  7.   จากทั่ว ๆ ไป เช่น ผ้าทอ

เครื่องรางของขลัง

แบ่งตามรูปแบบลักษณะที่เห็นของเครื่องราง ได้แก่

  1.   เพศชาย อันได้แก่ รักยม กุมารทอง ฤๅษีพ่อเฒ่า ชูชก หุ่นพยนต์พระสีสแลงแงง และสิ่งที่เป็นรูปของเพศชายต่างๆ
  2.   เพศหญิง อันได้แก่ แม่นางกวัก แม่พระโพสพ แม่ครีเรือน แม่ซื้อ แม่หม่อมกวัก เทพนางจันทร์ พระแม่ธรณี และสิ่งที่เป็นรูปของ ผู้หญิงต่างๆ
  3.   สัตว์ ในที่นี้หมายถึงพระโพธิสัตว์ อาทิ เสือ ช้าง วัว เต่า จระเข้ งู ดังนี้เป็นต้น…

เครื่องลางของขลัง

แบ่งตามขั้นลำดับและระดับชั้นของการปลุกเสกเครื่องราง ได้แก่

  1.   เครื่องรางชั้นสูง อันได้แก่ เครื่องรางที่ใช้บนส่วนสูงของ ร่างกายซึ่งนับตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงบั้นเอว สำเร็จด้วยพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
  2.   เครื่องรางชั้นต่ำ อันได้แก่ เครื่องรางที่เป็นของต่ำ เช่น ปลัดขิก อีเป๋อ (แม่เป๋อ) ไอ้งั่ง (พ่องั่ง) ไม่ได้สำเร็จด้วยของสูง
  3.   เครื่องรางที่ใช้แขวน อันได้แก่ ธงรูปนก รูปตั๊กแตน รูปปลาหรือกระบอกใส่ยันต์ และอื่นๆ

เมื่อเราแบ่งแยกออกเป็นหมวดหมู่ให้เห็นกันง่ายๆ ขึ้นแล้ว เราก็ต้องมาทำความเข้าใจกันว่า ที่มาของการสร้างเครื่องรางนั้นแต่เดินสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ซึ่งขออธิบายง่ายๆ คือ ในสมัยก่อนนั้นโลกยังไม่มีศาสนา มนุษย์รู้จักเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น เช่นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และดาวตกหรือแม้กระทั่งไฟ

ดังนั้นเมื่อคนสมัยก่อนเห็นพระอาทิตย์มีแสงสว่างก็เกิดความเคารพ แล้วเขียนภาพดวงอาทิตย์ไว้ในผนังถ้ำ เพื่อให้เกิดความอุ่นใจในยามค่ำคืน เมื่อเขียนใส่ผนังถ้ำแล้วก็มาสลักลงบนหินเพื่อติดตัวไปมาได้ ก็กลายเป็นเครื่องรางไปโดยบังเอิญ ต่อมาเมื่อรู้จักไฟก็คิดว่าไฟเป็นเทพเจ้า เกิดการบูชาไฟ ทำรูปดวงไฟ

ต่อมาเมื่อมีการเดินทางมากได้พบเห็นสิ่งประหลาดต่างๆ เช่น นก ที่มีรูปร่างประหลาด ก็คิดว่าเป็นเทพ จึงสร้างรูปเคารพของเทพต่างๆและค่อยๆ เปลี่ยนรูปมาเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากประเทศอียิปต์ กรีกและโรมัน เพราะเป็นประเทศที่มีเครื่องรางมากมาย

ต่อมาในช่วงพุทธกาลราวเมื่อ 2,000 ปีเศษ ศาสนาพราหมซึ่งถือเอาพระผู้เป็นเจ้าเป็นสรณะก็บังเกิดขึ้น พระผู้เป็นเจ้านั้นคือพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม และเมื่อต้องการความสำเร็จผลในสิ่งใด ก็มีการสวดอ้อนวอนอันเชิญ ขออำนาจของเทพเจ้าทั้งสามให้มา บันดาลผลสำเร็จที่ต้องการนั้นๆ การกระทำดังกล่าวนี้ จะต้องมีเครื่องหมายทางใจเพื่อการสำรวม ฉะนั้นภาพจำหลักของเทพเจ้าจึงมีกิดขึ้น จะเห็นได้จากรูปหะริหะระ” (HariHara) แห่งประสาทอันเดต (PrasatAndet) ที่พิพิธภัณฑ์เมืองพนมเปญ อันเป็นภาพจำหลักของพระนารายณ์ในศาสนาพราหมณ์ หรือเทวรูปมหาพรหมแห่งพิพิธภัณฑ์กีเมต์ที่ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นมาด้วยความมุ่งหมายเอาเป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวทางใจในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งเป็นศาสนาเก่าแก่ในประเทศอินเดีย

ในเวลาต่อมาพระพุทธศาสนาก็เกิดขึ้นในโลกโดยพระบรมศาสดา(เจ้าชายสิทธัตถะ) เป็นผู้ทรงค้นพบอมตะธรรมอันวิเศษ โดยมีผู้เลื่อมใส สักการะแล้วยึดเป็นสรณะ ดังนั้นพระพุทธองค์ทรงมีพระสาวกตามเสด็จ และร่วมประพฤติปฏิบัติด้วยมากมาย จนเป็นพระอสีติมหาสาวกขึ้น ซึ่งท่านมหาสาวกเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ทรงไว้ในความเป็นเอตทัลคะในด้านต่างๆกัน ได้แก่ พระสารีบุตรทรงความเป็นยอดเยี่ยมทางปัญญา พระโมคคัลลานะทรงความเป็นยอดเยี่ยมทางอิทธิฤทธิ์ (ในพระพุทธศาสนานั้นผู้ที่สำเร็จญาณสมาบัติได้ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ย่อมแสดงอิทธิฤทธิ์ได้หลายอย่างเป็นอเนกประการ อิทธิฤทธิ์เหล่านี้เรียกว่า อิทธิปาฏิหาริย์เป็นการกระทำที่สามัญชนไม่สามารถจะกระทำได้ ดังมีหลักฐานปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกมากมาย) ซึ่งพระพุทธเจ้านั้นพระองค์ทรงไว้ด้วยคุณ 3 ประการคือ

  1.   พระเมตตาคุณ
  2.   พระปัญญาคุณ
  3.   พระบริสุทธิคุณ

ดังนั้นพระเถระผู้มีญาณสมาบัติก็มักจะใช้ฤทธิ์ของท่านช่วยมนุษย์ และสัตว์โลกซึ่งถือเอาหลักพระเมตตาคุณ เป็นการเจริญรอยตามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระบรมศาสนานั้นเอง

เครื่องรางของขลัง

เครื่องราง – เครื่องลาง

คำว่าเครื่องรางกับเครื่องลางคำใดจึงเป็นคำที่ถูกต้อง ซึ่งในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานระบุว่าเครื่องรางหมายถึงเครื่องป้องกันภัยที่ทำสำเร็จด้วย ราง หรือ ร่อง แต่สำหรับนักนิยมสะสมเครื่องรางระดับสากลนิยมที่จะเรียกว่าเครื่องลางมากกว่า โดยหมายถึงเครื่องที่ใช้เกี่ยวกับโชคลาง เครื่องคุ้มครอง ปกป้อง กันภัย เพราะแต่เดิมนั้นมนุษย์ทำของเช่นนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่เรียกว่า ลางหรือสิ่งป้องกันภัย อันจะเกิดในอนาคต ให้แคล้วคลาด นั่นเอง.

พระขุนแผนปลุกกุมาร หลวงพ่อกวย

วัตถุมงคลหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม

พระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆษิตาราม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ถือเป็นที่นิยมของนักสะสมตามหา เนื่องจากหลวงพ่อกวยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนที่เคารพนับถือมากมาย ท่านเป็นผู้ที่ชื่นชอบการทำพระผง ด้วยแม่พิมพ์บีบมือ ซึ่งพุทธคุณโดดเด่นและโด่งดังมากด้านเมตตามหานิยม จนถูกนำไปแต่งเพลง “คาถาขุนแผน” ของกานต์ ทศน

พระเครื่องหลวงพ่อกวย และวัตถุมงคลของหลวงพ่อกวย เป็นที่นิยมมีชื่อเสียง ได้แก่ พระสมเด็จ พิมพ์ต่างๆ , พระขุนแผน , พระสังกัจจายน์ , มีดหมอ , ตะกรุด , ผ้ายันต์ , เหรียญหลังหนุมาร , เหรียญรูปเหมือนหลังยันต์มงกุฎรุ่นแรก และเครื่องรางของขลังต่างอีกมากมาย ซึ่งท่านได้สร้างไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่.

พระขุนแผนปลุกกุมาร หลวงพ่อกวย

คำสอนหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร

“ ขอศิษย์ทั้งหลาย จงอย่าอด อย่าอยาก อย่ายาก อย่าจน อย่าต่ำกว่าคน อย่าจนกว่าเขา ”

เพื่อเป็นคติเตือนใจให้แก่ประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธา และบรรดาลูกศิษย์ได้มุงมานะทำสัมมาอาชีพ ไม่กลัวต่ออุปสรรคใดๆ ที่นับถือหลวงพ่อ จงอย่าลืมมุ่งหน้าตั้งใจประพฤติอยู่ในศีลธรรม เพื่อทำมาค้าขายอะไร จะได้ขึ้น ได้ร่ำ ได้รวย สมใจปรารถนา…

พระขุนแผนปลุกกุมาร เนื้อผงดินอาถรรพ หลวงพ่อกวย

พระขุนแผนปลุกกุมาร

เหรียญดวงใบ้หวย

เหรียญดวงให้หวย หลวงตาช้วน วัดขวาง

หลวงตาช้วน แน่นอนจริงๆ หลานหลวงพ่อมุ้ย ศิษย์ก้นกุฏิ หลวงพ่อจง เพื่อน หลวงพ่อเกษม วัดม่วง ตัวโกงลิเกเก๋า เสือป้นรุ่นเสือยนต์ เสือขาว นอนบนในเมรุเผาศพ หลวงพ่อจง พาไปฝากเรียนกับ หลวงพ่ออี๋ หลวงพ่อจาด หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา

หลวงพ่อช้วน เป็นเกจิตัวจริง เป็นตัวเสือเก่า นักเลงเรียกพี่ ลิเกตัวโกงที่นางเอกลิเกเข้าคิวหา ศิษย์ก้นกุฏิ หลวงพ่อจง หลานหลวงพ่อมุ้ย วัดดอนไร่ เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ให้ช่วยอาจารย์ฝ้าย ถักตะกรุดให้ หลวงพ่อมุ้ย , หลวงพ่อมุ้ยสอนกำบังตัว เดินออกจากกุฏิหลวงพ่อมุ้ย ผ่านหน้าตำรวจ หายเข้าป่า , หลวงพ่อจงสอน และให้นอนในโลงศพ หลวงพ่อจงตาย เลยสึกมาเรียนเล่นลิเกเป็นตัวโกง คณะ “ทุเรียนเล็ก ดาวน้อยรุ่งเรือง” โดยได้อาจารย์ครูดีครอบวิชาให้ คือ ครูตุ่น ละมัย ห้าพี่น้อง ได้วิชาลิเก ทางเสน่หาเมตตา ต่อจากวิชามหาเสน่ห์ชั้นสูงที่ฉมังนัก

ตอนท่านอายุ 71 ปี ได้มุ่งสร้างวัดขวาง ที่เคยรกร้างมาก ท่านใช้เวลา 15 ปี สร้างวิหารกุฏิ ศาลาครบ สร้างโบสถ์ด้วยทุน 10 ล้าน ในเวลา 2 ปี วิชาที่แรงสุดยอด ใช้แล้วได้ผล เงินคนถูกหวย ถูกแล้วถูกอีกจำนวนมาก จนท่านเริ่มอาพาธ จึงรับแขกบ้างบางเวลาในขณะนั้น.

 

เหรียญดวงให้หวย

เหรียญดวงให้หวย(เหรียญเลขศาสตร์ทำหวย)

หวยนี้หลวงตาไม่ต้องให้ แต่มีคนถูกทุกงวด เพราะคนส่วนใหญ่เอาน้ำมันทำหวยไปใช้  หรือใช้เหรียญให้หวยรุ่นแรก ที่หายากจริงๆ อันละหลายพันบาท หาคนปล่อยไม่เจอ เขาเอาไปทำแล้วถูกกันหนัก ถูกกันบ่อย ถูกกันทุกงวด น้ำมันก็หมด เหรียญใบ้หวยก็หายาก , ในปีที่เป็นปีงูใหญ่ หลวงตาจึงพลิกตำรา สร้างเหรียญให้หวยรุ่นพิเศษ เป็นเหรียญ “เปิดดวง รับทรัพย์”  ลาภนี้ต้องคนมีดวง ถูกหวยต้องคนมีโชค ดวงเรายังไม่ดี เหรียญนี้จะช่วยเร่งให้ดีมีลาภได้ และยังใช้ทำหวยได้ตัวเลข คราวนี้ลาภมากเงินทองไหลเข้าเลย

เรื่องหวย หลวงตาช้วน ดังมาก ท่านมีตำราวิชาเก่า”เชิญเทวดามาให้เลข” ใช้วิธีอันเชิญเทวดา มาสงเคราะห์ เหรียญนี้เป็นเหรียญเชื่อมให้เทวดาสำแดงฤทธิ์เดชได้ , วิธีการทำง่ายๆถ้าได้เงินได้ทอง ได้โชคได้ลาภ ถูกหวยรวยเบอร์แล้วให้ทำบุญ ถวายบูชาเทวดา

อีกอย่างคือ ถ้าใช้เหรียญนี้บูชาที่ตัว บางครั้งเทวดา หรือท่านผู้เป็นผู้ใหญ่ จะมาชี้ช่องบอกทางทำมาหากิน บอกทิศที่จะไปแล้วร่ำรวย หรือบอกช่วงเวลาที่ต้องไปติดต่อการงานเข้าหาผู้ใหญ่ได้ ด้วยวิธีทางใดก็ทางหนึ่ง มีโชคมีลาภ ไหลมาเอง ตามแรงแห่งเทวดาที่มาช่วย

เหรียญดวงให้หวย(เหรียญเลขศาสตร์ทำหวย)

จำนวนจัดสร้างเหรียญให้หวย

เนื้อเงินแท้ สร้าง 71  เหรียญ , เนื้อนวะสร้าง 971 เหรียญ , เนื้อตะกั่ว ไม่ตัดขอบ(กรรมการ) สร้าง 1,971 เหรียญ และเนื้อทองแดง สร้าง 3,971 เหรียญ.

วิธีใช้เหรียญให้หวย

(เหรียญเลขศาสตร์ทำหวย)

1. (ทำก่อนหวยออก 1 วัน และเจ้าของเหรียญเป็นคนทำเท่านั้น) ให้ตรวจดูวันที่หวยออก ตรงกับวันขึ้น หรือข้างแรมกี่ค่ำ ให้หาธูปและดอกไม้เล็กๆ เช่น ดอกเข็ม ดอกมะลิ เท่าจำนวนวันข้างขึ้น หรือข้างแรมนั้นๆ เช่น วันที่ 16 มิถุนายน ตรงกับวันแรม 12 ค่ำ ให้หาธูป 12 ดอก-ดอกไม้ 12 ดอก หรือวันที่ 1 กรกฎาคม แรม 13 ค่ำ ให้หาธูป 13 ดอก-ดอกไม้ 13 ดอก เป็นต้น.

2. ให้เอา เหรียญให้หวยใส่แก้วน้ำ จุดธูปปักในแก้ว เอาดอกไม้โรยด้านบน กราบพระ กราบครูบาอาจารย์ และ ว่าคาถาขอลาภจากเทวดา วางแก้วไว้กลางแจ้ง อย่างนั้นหนึ่งคืน

– วันรุ่งขึ้นจะตรงกับวันที่หวยออกพอดี ตอนเช้าให้กราบพระก่อน 3ครั้ง กราบพ่อแม่ 1ครั้ง กราบเทวดา 1ครั้ง (รวมกราบ 5ครั้ง) เทแก้วออกมาที่มือเรา สังเกตุเหรียญใบ้หวยดังนี้ ตัวเลขใดชัดเจนแจ่มใสที่สุด ท่านให้ใช้ตัวนั้น

– ตัวเลขใดแปลกกว่าตัวอื่น ท่านให้ใช้ตัวนั้น

– ตัวเลขใดเห็นก่อนตัวอื่น ท่านให้ใช้ตัวนั้น

– ตัวเลขใดชอบเป็นพิเศษติดอกติดใจ ท่านให้ใช้ตัวนั้น

3. ตัวเลขใดเอาไปใช้เอง อย่าบอกใคร ให้ถือว่าเทวดามาช่วยสงเคราะห์เราคนเดียว , ได้ตัวเลขแล้วท่านให้เอาเหรียญขึ้นจบที่หน้าผาก แล้วอธิษฐานว่า “ขอเทวดาที่อยู่ใกล้มาสงเคราะห์โชคลาภ ณ กาลบัดนี้ ถ้ามาดแม้น ได้เงินทองมาละก็จะขอถวายขนมน้ำใส่บาตรพระ ถวายบุญนี้บูชาเทวดาท่านที่มาช่วยสงเคราะห์เรา”

เหรียญดวงให้หวย

เหรียญดวงใบ้หวย-เหรียญดวงให้หวย-เหรียญเลขศาสตร์

เหรียญนี้ ท่านช่วยให้ลาภที่ยังมาไม่ถึง ให้ถึงไว ช่วยเร่งให้เงินทองเข้มาหาเรา ด้วยอำนาจของเทวดาที่เราเคยเสวยเกื้อกูลกันมา หรือจะช่วยจะเร่งลาภผลเงินทองที่อยู่ไกลเข้ามาเร็วขึ้น(ถ้าไม่เคยทำมาเลย ขอให้ตายก็ไม่ได้)

อยากได้เงิน อยากได้ลาภมาก ให้ทำบุญบ่อยๆ ให้ทำเป็นกิจวัตร บาท สลึง ให้ทำ ช่วยใครได้ให้ช่วย ถ้าไม่มีเงินให้อนุโมทนากับใครก็ได้ที่ทำความดี ลาภผลจะมาหาเร็วไว และไม่หมดไปง่ายๆ ถูกแล้วก็ถูกอีกได้ รวยแล้วก็รวยอีก

หลวตาช้วน เคยบอกว่า “มึงเอาขี้บุหรี่ ถูๆเอาก็ได้ เดี๋ยวเลขมันก็ขึ้น มึงก็ได้ตังส์ ” (วิธีนี้ทำตอนใจสบายๆ ใจว่างๆ) จะเห็นชัดมาก

เหรียญดวงใบ้หวย

คาถาขอลาภเทวดา

ตั้งนะโม 3 จบก่อน

พุทธังประสิทธิลาโภ  ธัมมังประสิทธิลาโภ  สังฆังประสิทธิลาโภ พุทธานิมิตตัง  ปัตติมานะ  อะระหังพุทโธ  นะโมพุทธายะ  มะอะอุสีวัง  อะจุตตัง  พะอะระหัง  จุตติ  โลกะอิทัง  ยะธิระสังฆัง  จุตติ  จุตติ  สีวะลี จะ มะหาเถโร  เทวะตานะระปูชิโต  โสระโห  ปัจจะยาทิม  หิ  ปุญญะลาภัง  มะหาเตชัง  วัณณะกิตติ  มะหายะสัง  สัพพะหิตังชาตัง ตังสุณันตู  อะเสสะโต  อัตตัป  ปะระหิตัง  ชาตัง  ปะริตตันตัม  ภาณามะเห  เทวดาเจ้าข้าเอ่ย  อยู่หรือยัง  อยู่แล้วเจ้าเอ่ย  มาเถิดมาสำแดงฤทธิ์เดช เชิญมาอยู่ในเหรียญนี้  วันรุ่งพรุ่งนี้ จะออกเลขอะไร  พ่อเจ้าประคุณช่วย สำแดงให้ปรากฎ มาดแม้น  ถูกต้องตรง  ได้เงินได้ลาภแล้ว จะถวายทานให้พ่อ ได้อนุโมทนา  ประสาทะเจริญในพระบวรพุทธศาสนา ยิ่งๆขึ้นไป เทิดพ่อ

เหรียญเลขศาสตร์

นางกวักมหาลาภ

นางกวักมหาลาภ เนื้อสัมฤทธิ์รมดำ หลวงปู่รอด วัดโคกกรม ปี 2561

พระคาถาแม่นางกวักมหาลาภ

โอม ศรีวิชัยกังเวียน ปู่เจ้าเขาเขียว มีลูกคนเดียวให้ชื่อว่านางกวัก ชายเห็นชายรัก หญิงเห็นหญิงทัก ทุกถ้วนหน้า พวกพานิชชาพากูไปค้าถึงเมืองแมน กูจะไปค้าหัวแหวน ก็ได้วันละแสนทะนาน กูจะค้าสารพัดการ ก็ได้โดยคล่อง กูจะค้าทอง ทองก็ได้เต็มหาบ เพียงวันนี้เป็นร้อย สามหาบมาเรือน สามเดือนเป็นเศรษฐี สามปีเป็นพ่อค้าสำเภา พระฤาษีผู้เป็นเจ้าประสิทธิ์ให้แก่ลูกคนเดียว สะวาหะฯ

พุทคุณใช้สวดภาวนาในเวลาไปค้าขาย หรือจะให้ทำเป็นน้ำมนต์ พรมขายของก็ดี จะทำมาค้าขึ้นดีนักแลฯ

พ่อปูฤาษี หลวงปู่ศวัส วัดเกษตรสุข

พ่อปู่ฤาษี หลวงปู่ศวัส วัดเกษตรสุข ปี 54

หมอชีวกโกมารภัจจ์ รุ่นปลอดโรค ปลอดภัย เมตตา มีสตังค์ เนื้อผงยาเทวดาบอก ฝังเม็ดพระธาตุปู่ฤาษี ตะกรุดหนุนดวง หลวงปู่ศวัสศรีมฺคโล(พ่อปู่ฤษี) วัดเกษตรสุข จ.พเยา ปี 2554.

คาถาบูชาชีวกโกมารภัจจ์

นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ

โอมะ  นะโม  ชีวะโก  สิระสา  อะหัง  กะรุณิโก

สัพพะ  สัตตานัง  โอสะถะทิพพะมันตัง

ปะภาโส  สุริยาจันทัง  โกมาระภัจโจ  ปะภาเสสิ

วันทามิ  บัณฑิโต  สุเมธะโส  อะโรคา  สุมะนะโหมิ

กราบหลวงปู่ชีวกโกมารกัจจ์  ขอตั้งจิตอธิษฐานด้วยศรัทธา  บูชาดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธื์ อันโรคภัยทั้งหลายที่เกิดขึ้นบนตัวข้าฯ ขอให้ยาที่รักษา เปรียบดุจยาทิพย์ดับโรคภัยถูกโรค ส่งฟื้นคืนคลายหายป่วย เหมือนโชคลาภประสพสุข ดีนักแลฯ

พระนางพญา

เบญจภาคี พระเครื่องคู่บารมีของคนไทย

นับตั้งแต่ ตรียัมปวาย ได้ขนานนามสุดยอดพระเครื่องแห่งสยามประเทศที่มีมาแต่โบราณกาล จนถึงปัจจุบัน โดยจัดเข้าชุดกันในชื่อ เบญจภาคี ซึ่งประกอบด้วย พระสมเด็จของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) , พระนางพญา วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก , พระรอด วัดมหาวัน จังหวัดลำพูน , พระกำแพงซุ้มกอ จังหวัดกำแพงเพชร  และพระผงสุพรรณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี พัฒนาการแห่งการศึกษาความรู้เกี่ยวกับพระเครื่อง เริ่มเป็นรูปแบบและมีมาตรฐานมากขึ้น มีการแยกแม่พิมพ์และแบ่งประเภท พระชุดเบญจภาคีอย่างเป็นระบบ สามารถพิสูจน์ และอรรถาธิบายได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ อันเป็นหลักแห่งเหตุและผล ส่งผลให้มีผู้ให้ความสนใจศึกษาค้นคว้า ในแวดวงที่กว้างขวาง เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ

นอกจากนี้ พระเครื่อง ยังผูกพันกับคติความเชื่อที่หยั่งรากลึกในมโนคติของสังคมไทยมาช้านาน ลักษณะการแห่งพิมพ์พระที่จำลองมาจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากเพียงแตกต่างทางด้านศิลปะสกุลช่างตามยุคสมัยที่ปรากฏ ทำให้ เบญจภาคี ทวีความสำคัญมากขึ้นในฐานะรูปแบบแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ประกอบไปด้วยพุทธานุภาพ อันเป็นพื้นฐานของความเชื่อทางศาสนา ซึ่งแสดงให้เห็นเอกลักษณ์สำคัญของสังคมไทยเรานั่นเอง….

ปล.

พระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย เป็นพิธีกรรมในศาสนาพราหมณ์ฮินดู เป็นการรับเสด็จพระอิศวรที่จะเสด็จมาเยี่ยมโลกมนุษย์ เป็นเวลา 10 วัน ปัจจุบันประกอบการพระราชพิธีในเทวสถานสำหรับพระนคร 2 หลัง ได้แก่ สถานพระอิศวร สถานพระมหาวิฆเนศวร โดยมีกำหนดพิธี เริ่มตั้งแต่คณะพราหมณ์ผู้ประกอบ วิกิพีเดีย

พระนางพญา

พระสมเด็จเกตศไชโย วัดไชโยวรวิหาร

พระสมเด็จเกตศไชโย วัดไชโยวรวิหาร จ.อ่างทอง

“พระสมเด็จเกตศไชโย” เป็นพระเนื้อผงที่ได้รับการยอมรับว่า สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) หนึ่งในสามพระสมเด็จสามวัด คือ วัดระฆังฯ วัดบางขุนพรหม และวัดไชโย ที่ได้รับการยอมรับเป็นพระมาตฐาน ได้รับความนิยมเช่าบูชาสูงที่สุดในเวลานี้

แหล่งกำเนิดของพระสมเด็จเกศไชโยนั้น พบพระด้านในองค์ “พระมหาพุทธพิมพ์” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สมเด็จพรพุฒาจารย์(โต)พรหมรังสี เป็นผู้สร้างในวัดไชโยมหาวรวิหาร เมืองอ่างทอง วัดนี้เป็นวัดที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ สร้างขึ้นบนที่ดินของตาของท่าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้โยมมารดาและตา โดยนำชื่อของโยมมารดา “เกศ” มารวมกันเป็น “เกศไชโย”

ภายในวัดมีพระพุทธรูปประทับนั่งองค์ใหญ่ กล่าวกันว่า เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างไว้เป็นองค์ประธานของวัด และท่านได้สร้างพระเนื้อผงพิมพ์สมเด็จบรรจุกรุไว้ด้านในองค์พระประธาน เรียกกันว่า “พระสมเด็จเกศไชโย”

ในปีพ.ศ. 2430 มีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่ การก่อสร้างทำให้พระพุทธรูปสั่นสะเทือนจนเสียหาย ต้องบูรณะขึ้นใหม่ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ให้สร้างขึ้นใหม่จนแล้วเสร็จในปี 2434 พร้อมถวายพระนาม “พระมหาพุทธพิมพ์” และเปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดไชโยวรวิหารเป็นพระอารามหลวง นับแต่นั้นมา…

ป.ล.(การค้นคว้าหาข้อมูลความเป็นอัจฉริยะของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี  ในยุคประวัติศาสตร์วิเคราะห์ ไม่ว่าผู้ค้นคว้าจะเก่งกาจรอบรู้สักเพียงใด สิ่งที่ขาดเสียมิได้ก็คือ หลักฐานพยานบุคคล อันเป็นวัตถุอุปจารของเรื่อง ยิ่งค้นคว้าวัตถุข้อมูลเป็นเครื่องยืนยันได้มากเท่าไหร่ ความถูกต้องถ่องแท้ก็มีมากเท่านั้น ถ้าสิ่งต่างๆดังกล่าวไม่มี หรือมีแต่คลุมเคลือไม่ชัดเจน เรื่องที่เขียนก็อาจกลายเป็นประวัติศาสตร์อุปโลกน์ คอยสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้อื่นอีกชั่วฟ้าดินสลาย…)

พระสมเด็จวัดระฆัง

พระสมเด็จวัดระฆัง รุ่นแรกแจกทาน ปี 2554

พระสมเด็จวัดระฆัง หลังรูปเหมือนสมเด็จโต รุ่นแรกแจกทาน ปี 2554 เป็ยพระพิมพ์สวยมวลสารดี พิธีเข้มขลัง พระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆษิตารามฯ”เจ้าคุณเที่ยง” ประธานจัดสร้าง อธิษฐานจิตภายในกุฏิ 9 วัน 9 คืน ขอบารมีสมเด็จโตในวิหาร พระสมเด็จที่ประดิษฐานรูปเหมือนสมเด็จพุฒจารย์โต หม่อมเจ้าพระพุทธูปบาทปิลันทน์ และ สมเด็จพระโฆษาจารย์(ม.ร.ว.เจริญ) โดยพระสงฆ์ของวัดระฆังฯ อาทิ พระครูสิริธรรมวิภูษิต(พ่อท่านเจิด)วัดระฆังโฆสิตารามฯ พระครูวิมลธรรมธาดา(หลวงพ่อสวง)วัดระฆังโฆษิตาราม ท่านเจ้าคุณ พนะบวรรังษี วัดระฆังโฆษิตาราม พระครูปลัดธีรวัฒน์ วัดระฆังโฆษิตารามฯ อธิษฐานขอบารมี ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒจารย์โตเป็นที่สุด.

พระสมเด็จวัดระฆัง

พระผงสมเด็จโต ที่ใช้แบบจากพระสมเด็จวัดระฆังที่มีค่ามหาศาล สร้างด้วยมวลสารเก่าที่ประกอบด้วยผงวิเศษทั้ง 5 คือ ผงปถมัง ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงพุทธคุณ และผงมหาราช ผสมน้ำมนต์บ่อสมเด็จโต ด้านหลังเป็นรูปเหมือนองค์สมเด็จพุฒจารย์(โต) และคำว่า”แจกทาน” บารมีสมเด็จโตสร้างพระสมเด็จ เป็นพระเครื่องอันดับหนึ่งมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากมาย , สมเด็จแจกทานนี้ ขอบารมีสมเด็จโตช่วยดลบันดาลมาเสกให้ ทำพิธีเสกภายในวัดระฆังฯ โดยตั้งสัจจะอธิษฐานว่า “ขอให้สมเด็จแจกทานรุ่นนี้มีพุทธคุณเทียบเท่าพระสมเด็จโตสร้างเองกับมือด้วยเทิญ” สมเด็จรุ่นแจกทานนี้มีตรายางลายเซ็นสมเด็จโต หรือตราระฆังเป็นโค้ดทุกองค์.

จตุคามรามเทพ รุ่น โคตรเศรษฐี ปี 2549-มหาพิธีพุทธาภิเษก

จตุคามรามเทพ รุ่น โคตรเศรษฐี ปี 2549

มหาพิธีพุทธาภิเษก- มหาเทวาภิเษก – มหานพเคราะห์ โดย พระใบฎีกาปราณพ(หลวงหนุ่ย) วัดคอหงษ์ เป็นเจ้าพิธี มีพระภาวนาอาจารย์นั่งปรก 19 รูป พระสงฆ์เจริญพุทธมนต์ 108 รูป ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชครั้งแรก วันที่ 29 กันยายน เวลา 09.00 – 16.00 น.หน้าศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช และ วันที่ 26 ตุลาคม 2549 วัดพระมหาธาตุวรวิหาร จ. นครศรีธรรมราช

จตุคามรามเทพ รุ่น โคตรเศรษฐี ปี 2549-มหาพิธีพุทธาภิเษก

วัตถุประสงค์การสร้าง เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถ วัดโพธิ์แก้วประสิทธิ์ ต.สินปูน อ.เขาพนม จ.กระบี่

องค์พ่อจตุคามรามเทพ คือ พระโพธิสัตว์ราชัน เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตา กรุณาผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้บำเพ็ญเพียรเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงเสด็จประทับนั่งท่ามกลางมหาราชลีลาอันงามสง่า ซึ่งเป็นท่านั่งของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ในลักษณะประทับท่านั่งชันเข่า มือขวายกขึ้นประทานพร มือซ้ายทรงวางที่พระเพลาอย่างองอาจยิ่ง สมกับเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่  แห่งอาณาจักรศรีวิชัย ประทับบนเมฆ อันเป็นสัญญาลักษณ์แห่งท้องฟ้า , เมฆบนท้องฟ้านั้นมีความหมาย คือ ทรงอยู่ในวรรณกษัตริย์เหนือสิ่งทั้งปวง ผู้หยั่งรู้ฟ้า-ดิน พระองค์ทรงเครื่องแต่งกายอย่างพระมหากษัตริย์แบบโบราณครบถ้วน ซึ่งเป็นเอกอุแห่งงานศิลปะกรรมโดยแท้

จตุคามรามเทพ รุ่น โคตรเศรษฐี ปี 2549-มหาพิธีพุทธาภิเษก

องค์พ่อจตุคามรามเทพ จะปกป้องคุ้มครองรักษาผู้ที่เคารพนับถือ สยบเคราะห์ร้าย ช่วยหนุนดวงชะตาจากร้ายให้กลายเป็นดี , พระรัศมีองค์พ่อจตุคามรามเทพ ทรงประทับนั่งอย่างสง่า และทรงเปี่ยมด้วยเมตตาแก่ลูกๆทุกคน แสดงให้เห็นถึงว่า องค์พ่อมีอานุภาพดุจดังพระอาทิตย์ ที่ส่องแสงสว่างให้กับสิ่งมีชีวิตในโลกได้ดำเนินไปตามปกติสุข , พระจันทร์นั้นขจัดความมืดยามราตรี พระเกียรติคุณยิ่งใหญ่ได้แผ่ขจรกระจายไปทั่วทุกทิศ และนับวันก็ยิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆ , พญางู พญานาค เป็นสัญลักษณ์ของความผูกพัน ความรัก ความปลอดภัย ดูน่าเกรงขาม มีตะบะ และอำนาจพญางู , ด้านหลังองค์พ่อจตุคามรามเทพ ถือเป็นบริวาลที่เฝ้าองค์พ่อจตุคาม และช่วยป้องกันคุ้มครองภยันตรายต่างๆ แก่ผู้ที่บูชา

การออกแบบแม่พิมพ์อย่างปราณีต ให้เกิดความสง่าน่าเกรงขาม อยู่ภายใต้รูปวงกลม จะเห็นว่าเป็นงูที่มีชีวิตเคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิตจริงๆ ทุกรายละเอียดขององค์จตุคาม รุ่น โคตรเศณษฐีทุกพิมพ์ช่างได้ทำอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนาน และความโดดเด่นทางด้านศิลปะโดยแท้ องค์พ่อจตุคามรามเทพ พระโพธิสัตว์ศรีวิชัย พระโพธิสัตว์แห่งอาณาจักรทะเลใต้ พ่อผู้เมตตาต่อลูกทุกผู้ทุกนาม โดยเสมอกันทั่วหน้า.

มหาพิธีพุทธาภิเษก

พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล องค์พ่อจตุคามรามเทพ ณ มณฑลพิธีวิหารหลวง วัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช วันที่ 26 ตุลาคม 2549 พิธีบวงสรวงเทวาผูปกปักรักษาพระบรมธาตุ โดย พระใบฎีกาปราณพ(หลวงหนุ่ย) วัดคอหงษ์ เวลา 09.09 น. จุดเทียนชัยเวลา 16.09 น. และเริ่มพิธีพุทธาภิเษก โดย พระเกจิคณาจารย์สายเขาอ้อทั้งหมด 9 รูป คือ พระครูพิพิธวรกิจ(คล้อย) วัดภูเขาทอง , พระครูสังฆรักษ์เอียด ครุธมฺโม วัดโคกแย้ม , พระครูขันตยากรณ์(พรหม) วัดบ้านสวน , พระครูวิจิตรธรรมภาณ(สลับ) วัดป่าตอ , พระครูวิโรจน์ศาสนกิจ(ช่วง) วัดควนปันตาราม , พระครูสุธรรมวัฒน์(เหวียน) วัดพิกุลทอง , พระครูโสภณกิตติยาทร(รรรศิริ) วัดบ้านสวน , พระครูอดุลศีลวัตร(ผ่อง) วัดตะแพน , พระครูถิรธรรมานันท์(เงิน) วัดโพรงงู.

พระมหานาคได้แก่ พระครูวิจารวรคุณ(ประดับ) วัดป่าตอ , พระครูวิจิตรกิจจาภรณ์(เสถียร) วัดโคกโคน , พระมหาสุวรรณ วัดคูหาสวรรค์ และพระมหาศักดิ์ศรี สิริธมฺโม วัดคูหาสวรรค์.

ปาฏิหาริย์ ยันต์เกราะเพชร

ปาฏิหาริย์ ยันต์เกราะเพชร

ยันต์เกราะเพชร เดิมทีนั้น ต้นตำรับคือ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นองค์บูรพาจารย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ในงานเป่ายันต์ของท่านแต่ละครั้ง ผู้คนจะหลั่งไหลมากันจนมืดฟ้ามัวดิน แทบจะไม่มีที่ให้ยืนหรือเดิน

ด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณ ที่มีมากมายมหาศาล อันเป็นยันต์จากตำราพระร่วง โดยการตัดส่วนหนึ่งมาจากธงมหาพิชัยสงครามนี้ เมื่อครั้งหลวงพ่อปานมรณภาพ ยันต์บทนี้จึงตกไปยังศิษย์ นั่นก็คือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ยันต์เกราะเพชร มีผู้คนประจักษ์แจ้งถึงพุทธคุณ และผู้มากประสบการณ์เล่าขานต่อมา จึงกล่าวได้ว่า มีพลังพุทธานุภาพเกินจะกล่าว

เมื่อครั้ง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จำวัดอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้เกิดอาการเหมือนกับว่า องค์สมเด็จฯ ได้กล่าวกับ หลวงพ่อฤาษีลิงดำในฝันว่า ให้ท่องบทคาถาเพิ่มขึ้น และให้ช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ให้พ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อน และให้เผยแพร่บทคาถานี้เป็นอมตะ มีความศักดิ์สิทธิ์ และเกิดพลังนิมิตดี จึงทำให้ผู้ท่องคาถาบทนี้ ประสบแต่โชคดีมามากต่อมาก

ปาฏิหาริย์ ยันต์เกราะเพชร

ปาฏิหาริย์ ยันต์เกราะเพชร

ลูกอมมหาเสน่ห์

ลูกอมมหาเสน่ห์ เนื้อเทา หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ จ.สุพรรณบุรี

ลูกอมมหาเสน่ห์ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ จ.สุพรรณบุรี สร้างประมาณปี พ.ศ.2526 – 2536 ยุคแรก สภาพสวยสมบูรณ์ น่าสะสมบูชามาก , ลูกอมหลวงพ่อสงวน พุทธคุณด้านเมตตามหาเน่ห์ เมตตามหานิยม ไม่เป็นสองรองใคร ของขลังแห่งเกจิสุพรรณ

ลูกอมหลวงพ่อสงวน มีการสร้างหลายเนื้อ หลายยุค พุทธคุณด้านเมตตา เป็นที่ประจักษ์ เคยสร้างประสบการณ์มากมายมาแล้ว แก่ผู้ที่มีไว้บูชา โดยมวลสารหลักของลูกอมทำมาจากผงอิทธิเจ ผสมว่านสะเก็ดดาว ถ้าเป็นยุคต้นจะสังเกตุเห็นมีแร่สะเก็ดดาวด้วย และมวลสารอื่นๆอีก เช่น ว่านดอกทอง เป็นต้น…

ลูกอมมหาเสน่ห์

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ สุพรรณบุรี

หลวงพ่อสงวน ท่านได้ชื่อว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำผงวิเศษ หรือ ผงอิทธิเจ(ผงลบ)ได้เข้มขลังมาก ถือได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร , แม้แต่หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี เคยได้กล่าวถึง หลวงพ่อสงวนว่า ” หลวงพ่อสงวน ท่านทำผงเก่ง คราใดที่หลวงพ่อแพ ท่านจะสร้างพระ ก็จะขอให้หลวงพ่อสงวนทำผงลบให้ เพื่อนำมาผสมเป็นมวลสารการสร้างพระของท่านแทบทุกครั้งไป ” และ หลวงพ่อแพ ยังได้เอ่ยปากชื่นชม หลวงพ่อสงวน ให้กับลูกศิษย์ฟังเลยว่า ” เรื่องมหาเสน่ห์ต้องยกให้อาจารย์หงวนเค้าโน่น ”  … แม้กระทั่ง ปู่เสือมเหศวร จอมโจรคนจริงในสมัยนั้น ยังยอมลงให้ท่านเลย…นี่จึงถือเป็นเรื่องราวยืนยันถึง ความแก่กล้าในวิชาอคมของหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ เกจิแห่งสุพรรณฯ นั่นเอง.

ลูกอมมหาเสน่ห์ เนื้อเทา

อภินิหาริย์วัตถุมงคล หลวงพ่อสงวน

หลวงพ่อสงวนตั้งแต่ท่านเป็นพระเกจิมาหลายพรรษา เคยปลุกเสกสร้างวัตถุมงคล ในยุคแรกๆ แทบจะไม่เป็นที่รู้จัก หรือได้รับความสนใจของคนนอกพื้นที่ หรือแม้แต่นักสะสมพระเครื่องเลย มีคนจำนวนน้อยที่จะรู้จักท่าน จนต่อมาได้มีคนที่บูชาวัตถุมงคลของท่าน มีงานเข้าทุกราย คือ เกิดสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจด้านเมตตามหาเน่ห์กับเจ้าตัวบ่อยครั้งมาก… จึงเป็นที่กล่าวขานกันมาเรื่อยมา จวบจนทุกวันนี้ว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อสงวนนั้นเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาก จึงเป็นที่เลื่องลือถึงปัจจุบันนี้ ว่า หลวงพ่อสงวน ท่านเชี่ยวชาญในการเสกผงลบได้ขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดัง แม้แต่การเสกน้ำมนต์ ท่านยังใช้ผงลบ ใส่ลงในโอ่ง , เสกเหรียญ ท่านก็แช่เหรียญลงไปในอ่างน้ำมนต์  หลวงพ่อท่านเก่ง เพราะเจนจบวิชาการทำผงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผงตรีนิสิงเห ผงอทธิเจ ผงมหาราชฯ…ท่านทำได้หมด และทำได้เข้มขลังมากๆด้วย โดยเฉพาะผงที่ให้พุทธคุณทางเมตตามหาเน่ห์ เมตตามหานิยม นั้นถือว่าเป็นที่ขึ้นชื่อของท่านเลยทีเดียว

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ เกจิแห่งสุพรรฯ ท่านเป็นลูกศิษย์สืบทอดวิชาจาก หลวงพ่อครื้น วัดสังโฆ จ.สุพรรณบุรี , ท่านสำเร็จและเจนจบิวชาอาคมการทำผงต่างๆ ผงเขียนลบของท่านมีประสบการณ์ เกิดอภินิหาริย์ เป็นที่ทราบกันดีมาแล้ว

คาถาบูชา

  ตั้งนะโม 3 จบ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ ( แล้วอธิฐานขอตามปรารถนา…)

ลูกอมมหาเสน่ห์ เนื้อเทา หลวงพ่อสงวน

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ จ.สุพรรณบุรี

 

พระผงใบลาน พิมพ์พระประธาน หลวงปู่โต๊ะ

พระเนื้อผงใบลาน พิมพ์พระประธาน ปี 2521 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

พระเนื้อผงใบลาน พิมพ์พระประธาน ปี 2521 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี จ.กรุงเทพฯ เนื้อใบลานนี้ จัดสร้างน้อย หายากมาก

พระเครื่อง หลวงปู่โต๊ะ พิมพ์ประธานพร เป็นพระเนื้อผงที่จำลององค์ประธานในพระอุโบสถ ลงกรอบในพิมพ์รูปใบโพธิ์ ด้านหลังเป็นยันต์ตรีนิสิงเห สร้างด้วยเนื้อผงใบลาน บรรจุตะกรุดใต้ฐานองค์พระ

พระประธาน เนื้อใบลาน หลวงปู่โต๊ะ

พุทธคุณ : เมตตามหานิยม ช่วยให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

หลวงปู่โต๊ะ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่อุทิศตนบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอ มีวัตรปฎิบัติที่งดงามมาตลอด ชีวิตที่อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ เรื่องพุทธคุณให้โชคลาภนั้นทวีคูณ กับผู้ประพฤติตนดี ตามคำสอนของหลวงปู่โต๊ะ ท่านจะพบแต่โชคลาภ ประสบผลสำเร็จในทุกเรื่อง ถ้าเราเป็นคนดี กตัญญูกับบิดา-มารดา จะได้รับความรักความเมตตาจากผู้คนรอบข้างมากมาย และแคล้วคลาด ปลอดภัย อย่างน่าอัศจรรย์.

หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และนายหลวง ร.9

หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2430 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

และหลวงปู่ ท่านมรณภาพลงในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2524 เวลา 9:55 น. ด้วยอาการสงบ รวมสิริอายุ 93 ปี 73 พรรษา

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดให้เชิญพระศพไปตั้งที่ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตร พระราชทานเกียรติยศศพเป็นพิเศษ เสนอพระราชาคณะชั้นธรรม

พระราชทานโกศโถบรรจุศพ พร้อมฉัตรเบญจาเครื่องประกอบเกียรติยศครบทุกประการ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่การศพโดยตลอด เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน 50 วัน 100 วัน และตามโอกาสอันควรหลายวาระ พระราชทานเพลิงพระศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส.

สีวลี เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

พระสีวลี

พระสีวลีเถระ หรือ พระสีวลี เป็นพระภิกษุสาวกเอตทัตคะ ของพระพุทธเจ้านับเนื่องในพระอสีติมหาสาวก 80 องค์สำคัญในพระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล

พระสีวลีเถระ เป็นเจ้าชายในโกลิยวงศ์ ออกบวชในสำนักพระสารีบุตร บรรลุพระอรหันต์ในขณะที่ปลงเกศานั่นเอง และหลังจากผนวช ท่านเป็นผู้มีลาภสักการะ มากด้วยกุศลกรรมที่ทำมาแต่อดีต ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้รับยกย่อง จากพระพุทธองค์ให้เป็นเอตทัคคะผู้เลีศในทาง ผู้มีลาภมาก

สีวลี เนื้อผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม

กำเนิดพระสีวลี

พระสีวลี เป็นพระโอรสของพระนางสุปปวาสา ผู้เป็นพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงโลกิยะ อยู่ในพระครรภ์ถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน เมื่อทรงพระครรภ์ทำให้พระมารดาสมบูรณ์ด้วยลาภสักการะมาก เมื่อประสูติก็ประสูติง่ายดาย พุทธนุภาพที่ทรงพระราชทานพรว่า “ขอพระนางสุปปวาสา จงมีความสุข ปราศจากโรคพยาธิ ประสูติพระราชบุตรผูไม่มีโรคเถิด”

เมื่อประสูติและพระยูรญาติขนานถวายพระนาว่า สีวลีกุมาร ในวันที่นิมนต์พระพุทธเจ้ามาเสวยภัตตาหารตลอด 7 วัน สีวลีกุมาร ก็ได้ถือธมกรกรองน้ำถวายพระพุทธเจ้า และพระสงฆ์ตลอด 7 วัน

เมื่อเจริญวัย ท่านได้ออกผนวชในสำนักพระสารีบุตร ได้บรรลุอรหันต์ผลในเวลาปลงเกศาเสร็จ จากนั้นมาท่านสมบูรณ์ด้วยลาภสักการะไม่ขาด ด้วยปัจจัย 4 ทั้งปวง ด้วยเหตุนี้จึงได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ให้เป็น เอตทัคคะผู้เลีศในทาง ผู้มีลาภมาก

สีวลี เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

ในคัมภีร์ทางพุทธศาสนาไม่ระบุว่า ท่านดับขันธปรินิพพานที่ใด แต่ท่านคงดำรงขันธ์อยู่พอสมควรแก่กาล จึงปรินิพพาน

สีวลี เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

พระสีวลีในความเชื่อของคนไทย

เนื่องจากพระสีวลีเถระ เป็นพระอรหันต์ที่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นเอตทัคคะผู้เลีศในทาง ผู้มีลาภมาก คนไทชเชื่อว่าผู้ใดได้บูชาพระสีวลีเถระแล้ว จะได้รับโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา ซึ่งคนไทยยังเชื่ออีกว่า เคยมีคนผู้หนึ่งได้รับมาแล้วในสมัยพุทธกาลก็คือ มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเกิดในตระกูลพ่อค้า มีนามว่า สุภาวดี นางได้เลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา และเคารพนับถือพระสีวลีเถระเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อแม่นางได้ฟังธรรมจนลึกซึ้ง พระสีวลีก็ได้ให้ศีลให้พรว่า “จงเจริญด้วยทรัพย์สิน เงินทองจากการค้าขาย เงินทองไหลมาเทมา สมความมุ่งมาดปรารถนาด้วยเถิด”

หลังจากที่ นางสุภาวดี ได้รับพรจากพระสีวลีเถระแล้ว ไม่ว่านางและผู้เป็นบิดามารดา จะไปค้าขายที่ใด ก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีแต่กำไรหลั่งไหลเข้ามาทุกครั้งไป ซึ่งนางสุภาวดีนั้น ได้เป็นที่รู้จักของคนไทยเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือ “นางกวัก” นั้นเอง.

สีวลี ครูบากฤษณะ

สีวลี หลวงพ่อกวย

แม่นางกวัก หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน

ล๊อกเก็ตขุนแผนย่างกุมารทอง

ตำนานพระขุนแผน  

พระขุนแผน หรือเครื่องรางของขลังประเภทขุนแผนนั้น เป็นที่รู้จักของหลายๆคน และ คนที่ไม่รู้จัก แต่อาจเคยได้ยินมาว่า พระขุนแผนนั้น เป็นเครื่องรางของขลังที่ให้อิทธิคุณอำนาจทางด้าน เมตตา มหานิยม มหาโภคทรัพย์ คนชื่นชม ชมชอบเป็นที่รักไคร่ของคนรอบข้าง เป็นที่ต้องตาต้องใจกับเพศตรงข้าม เจ้านายผู้ใหญ่ให้ความรักเอ็นดู , พระขุนแผนเป็นพระเครื่องที่ตำนานมาช้านาน แม้ในตำราพระเวทย์ของพระเกจิอาจารย์ก็ได้มีบันทึกไว้ถึงคาถา และวิชาต่างๆเกี่ยวกับการปลุกเสกพระขุนแผน.

ขุนแผนผงพรายกุมาร

ขุนช้าง-ขุนแผน

ขุนแผนเป็นใคร มีอยู่จริงหรือไม่ หากจะกล่าวถึงเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่เป็นตำนานเล่าขานของจังหวัดสุพรรณบุรี มีบันทึกไว้ถึงเรื่องราวของนักรบ นักรัก ว่าขุนแผนเป็นทะหารในยุคกรุงศรีอยุธยา ที่มีพระเวทย์อาคมแก่กล้า มีภรรยาหลายคน แต่เรื่องราวในเสภาขุนช้างขุนแผนนั้น ครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ในด้านญาณบารมี ได้เล่าความจริงเกี่ยวกับขุนแผนไว้ดังนี้ :

เรื่องราวของขุนช้างขุนแผนนั้น เป็นเรื่องราวชีวิตจริงของบรรพบุรุษไทย สมัยอยุธยาช่วงราวๆปี พ.ศ. 1967 ถึง 1991 ในรัชสมัยของพระเจ้าพันวัสสา หรือที่เรียกกันว่า พระเจ้าสามพระยา ความจริงแล้วคำว่า ขุนช้างและขุนแผนนั้น ไม่มีในทำเนียบของราชการ เป็นคำเรียกที่ชาวบ้านเขาตั้งให้เท่านั้น ที่เรียกว่า ขุนช้าง ก็เพราะคนตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐี เป็นคนหาช้างให้แก่พระราชา ตั้งแต่สมัยคุณปู่เป็นคนฝึกช้าง คุมช้าง หรือเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้ากองช้าง จึงเรียกว่า “ขุนช้าง” จริงๆแล้วขุนช้างมีชื่อว่า “ศรี” แปลว่า “มิ่งขวัญ” เป็นคนมาดดี สง่าผ่าเผย แววตาผ่องใส หน้ารูปไข่นิดๆ แต่เป็นหน้าของผู้ชาย (ไม่ใช่รูปไข่แบบผู้หญิง) ผิวค่อนข้างขาว ลักษณะท่าทางองอาจ หัวก็ไม่ได้ล้านเลี่ยน ดังที่มีคนเขียนไว้ เพียงแต่ หัวเถิกง่ามถ่อ ธรรมดาๆเท่านั้น , ขุนช้างอายุแก่กว่าขุนแผน 1 ปี และสำหรับขุนแผนก็เหมือนกัน จริงๆแล้วขุนแผนมีชื่อว่า “พลายแก้ว” พลายแก้วคือช้าง พลายแก้ว เป็นช้างที่มีกำลังใหญ่ ช้างตัวประเสริฐของพระเจ้าจักรพรรดิ ที่เขาให้ชื่อว่าพลายแก้ว ก็เพราะเกิดมาฤกษ์ดี โหรพยากรณ์ว่า เด็กคนนี้จะมีอำนาจมาก สามารถจะปราบปรามข้าศึกได้ทุกทิศ โดยใช้กำลังคนเข้าประชิดกับข้าศึกด้วยกำลังไม่มาก , ขุนแผนเป็นคนหน้าตาดี ท่าทางดี ทะมัดทะแมง ผิวขาว ขาวกว่าขุนช้างอีก อย่างที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า เป็นคนขาว และที่ได้ฉายา ขุนแผน เพราะเป็นคนออกแบบออกแผนจู้จี้จุุกจิก เห็นอะไรไม่ดี ก็จัดสรรกราบบังคมทูลพระเจ้าพันวัสสา พระองค์ก็เห็นด้วยทุกประการ อาศัยที่เป็นคนวางแผน ชอบเปลี่ยนแปลงชอบจัดระบบ ให้สมดุลอยู่เสมอ ชาวบ้านจึงเรียกว่า ขุนแผน , ทั้งขุนช้างและขุนแผน สองคนเป็นเพื่อนที่รักกันมาก.

ขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียวเกี้ยวสาว หลวงพ่อทาบล๊อกเก็ตขุนแผนย่างกุมารทอง พิมพ์ใหญ่

ขุนแผนอดีตแม่ทับผู้มากด้วยอำนาจบารมี

ขุนแผนเป็นลูกของขุนไกรซึ่งเป็นแม่ทับ และขุนแผนเองก็เป็นแม่ทับเช่นกัน เป็นคนอยู่ในระเบียบวินัย ที่รวบรวมกำลังของคนไทย เพื่อต่อสู้กับข้าศึกศัตรู ที่นิยายเล่าว่าขุนช้างโกงเอาเมียขุนแผน และขุนแผนก็ไปขโมยเมียตัวเองมาจากขุนช้างนั้น เรื่องนี้มิได้เป็นความจริงดังนั้นเลย เพราะทั้งสองท่านเป็นคนดี และเวลานั้นเป็นสมัยประชาธปไตย เป็นคนดีคนอยู่ในระเบียบ ประเพณี พระธรรมวินัย และพระราชาก็มีอำนาจสั่งตัดหัวได้เลย ถ้าหากใครทำชั่วอะไร.

ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง

พ่อขุนแผน หรือ พระยากาญจน์บุรี ท่านเป็นยอดขุนศึกที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านพระเวทย์ มีคาถาอาคมแก่กล้า มีฝีมือทางด้านการสู้รบ และยังเป็นผู้ที่มีเสน่ห์ เป็นที่เคารพรักของผู้คน จนเป็นตำนานในการสร้างพระขุนแผนขึ้นบูชาคุณของท่าน พระขุนแผนจึงเป็นตำนานของพระเครื่อง และเครื่องรางของขลังของไทยมานานพอสมควร

พระขุนแผนมักสร้างขึ้นเพื่อหวังผลให้เป็นไปในทาง เมตตา มหานิยม มหาโภคทรัพย์  และเป็นเครื่องรางของขลัง ที่ได้รับความนิยมมาก อย่างมิเสื่อมคลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน.

ขุนแผนผงพรายกุมาร องค์จ้อย(พิมพ์จิ๋ว)

ประวัติการสร้างพระขุนแผน

การสร้างพระขุนแผนของไทย ที่เป็นพระเครื่อง หรือเครื่องรางของขลังที่เด่นชัดได้แก่ พระขุนแผนเก่า ขุดพบที่วัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีพิมพ์ทรงลักษณะเด่นคือ เป็นพระพิมพ์ห้าเหลี่ยม องค์พระมีลักษณะของพระปรางมารวิชัย ประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีด้วยกันหลายแบบหลายพิมพ์ บางพิมพ์เป็นพระคู่ติดกัน มีชื่อเรียกกันว่า พรายคู่ ส่วนที่เป็นองค์เดียว เรียกว่าพรายเดี่ยว ซึ่งภายหลังการตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นพระเครื่องที่สร้างสมัยอยุธยา.

ขุนแผนผงพรายกุมาร ตะกรุด9ดอก เม็ดชนวน ลงบรอนด์ทอง หลวงปู่ทิม

ในเวลาต่อๆมา ได้นำพระพิมพ์ลักษณะนี้มาสร้างเป็นพระเครื่อง นิยมเรียกว่า “พระขุนแผน” โดยพระเกจิอาจารย์ วัดต่างๆ และสำนักต่างๆ  ก็มีการสร้างพระขุนแผนนี้ขึ้น เช่น พระขุนแผนที่ได้รับความนิยมมากได้แก่ :

พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา

ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ. ระยอง

พระขุนแผนแขนอ่อน รุ่นแรก หลวงปู่ชื้น วัดญาณแสน

พระขุนแผนดิน 7 ป่าช้า รุ่นแรก หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จ. นครปฐม

พระขุนแผน หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์…เป็นต้น

และอีกมากมายหลายเกจิอาจารย์ หลายรุ่น หลายวัด หลายสำนัก ที่นิยมสร้างพระขุนแผน สืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจาก พระขุนแผน ที่สร้างเป็นรูปพระแล้ว ยังมีการสร้างขุนแผน ขุนช้าง ในแบบรูปเหมือน คือเป็นรูปจำลองพ่อขุนแผนขุนช้างอีกด้วย.

 

ขุนแผนผงพรายกุมาร เนื้อกระยาสารท หลวงปู่ทิม

การบูชาพระขุนแผน

พระขุนแผนสามารถบูชา พกพาได้ทุกเพศทุกวัย , พระขุนแผน ที่สร้างมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้รับความนิยม จากผู้ที่ชื่นชอบเครื่องรางของขลัง ประเภทมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม มหาโภคทรัพย์อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย.

พระขุนแผน เนื้อชินเงิน เก่าสวย

ขุนแผนผงพรายกุมาร เนื้อว่านพรายดำ หลวงปู่ทิม

พุทธคุณพระขุนแผน

อิทธิคุณอำนาจของ พระขุนแผน  พระเครื่องพิมพ์นี้เป็นที่กล่าวขานกันว่า เป็นพระเครื่องให้พุทธคุณอำนาจทางด้าน เมตตามหานิยม คือแขวนหรือบูชาแล้ว เป็นที่รักชอบของคนที่ได้พบเห็น เป็นเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม แม้แต่ทางด้านมหาโภคทรัพย์โชคลาภก็มีให้เห็นกันมากมาย  , พระขุนแผนแต่ละรุ่นแต่ละแบบจะให้อิทธิคุณอำนาจทางด้านใด ย่อมอยู่กับมวลสาร และการปลุกเสกของเกจิอาจารย์ผู้สร้างเป็นสำคัญ  หากท่านลงคาถาปลุกเสกให้เป็นไปทางใดแล้ว  ก็จะมีอิทธิคุณอำนาจอย่างนั้น.

พระขุนแผนที่ได้รับการปลุกเสกจากเกจิอาจารย์ หรือผ่านพิธีกรรมมาแล้ว ย่อมมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ แต่การที่ที่มีประสบการณ์ของบางท่าน ที่อาจเห็นเป็นอย่างนั้น คงเป็นเพราะการปฏิบัติตน หรืออุปนิสัยส่วนตัวของคนๆนั้นเอง อาธิ เมื่อบูชาพระขุนแผนแล้วก็มีเพื่อนฝูงมาก อาจมีการจัดเลี้ยงสังสรรค์มาก ก็จะมีกิจการงาน การเงินตามมา ทำให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าสืบไป…
ล๊อกเก็ตขุนช้าง มหาเศรษฐี ปี 56
ล๊อกเก็ตขุนช้างอุ้มนาง แช่น้ำมันพรายพระผงรูปเหมือนขุนช้าง รุ่นแรก

พรายคู่ ขุนช้างขุนแผน หลวงปู่ญาครูน้อย วัดโพธิ์ชัย อุดรธานี

พระหูยาน ลพบุรี เนื้อชินเงิน กรุใหม่

พระหูยาน ลพบุรี พิมพ์ใหญ่ กรุใหม่ เนื้อชินเงิน

พระหูยาน ลพบุรี มีการขุดค้นพบที่กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี เป็นหลัก จึงนิยมเรียกกันติดปากว่า ” พระหูยาน ลพบุรี ” นอกจากนี้ยังมีปรากฏที่กรุอื่นๆอีก เช่น กรุวัดอินทาราม กรุวัดปืน กรุวัดราษฎร์บูรณะ อยุธยา , พระหูยาน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี , พระหูยาน กรุวัดค้างคาว จ.เพชรบุรี และพระหูยานเมือสรรค์ เป็นต้น.

พระหูยาน ลพบุรี มีทั้งหมด 3 พิมพ์คือ พระหูยานพิมพ์ใหญ่ ขนาดสูงประมาณ 5.5 cm. พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก ซึ่งจะมีขนาดลดหลั่นกันลงมา นอกจากนี้วงการพระเครื่อง ยังมีการกำหนดลักษณะ หรือ ศิลปะของพระหูยาน ลพบุรี แยกเป็นสองแบบคือ พระหูยานหน้ายักษ์ และพระหูยานหน้ามงคล สำหรับด้านหลังพิมพ์ของ พระหูยานลพบุรี จะมีเอกลักษณ์เหมือนกันหมดทุกพิมพ์ คือ เป็นลายผ้ากระสอบความถี่ หยาบเหมือนกันทุกองค์.

พระหูยาน ลพบุรี เนื้อชินเงิน กรุใหม่พระหูยาน ลพบุรี เนื้อชินเงิน กรุใหม่

พระหูยาน .ลพบุรี แตกกรุครั้งแรกเมื่อประมาณปี ..2450 เราเรียกว่าพระกรุเก่าผิวจะปลอดจากคราบผิวปรอทขาวโพลน จนกระทั่งปี ..2508 ก็แตกกรุออกมาอีกเป็นจำนวนมากที่บริเวณพระเจดีย์องค์เล็กหน้าพระปรางค์ จึงให้ชื่อว่าพระกรุใหม่ส่วนมากจะมีพรายปรอทขาวชีด ทั้งอยู่ในสภาพสมบูรณ์งดงามมาก พระกรุใหม่บางส่วนถูกฝังรวมไว้กับ พระพุทธรูปบูชาซึ่งเมื่อเวลาเกิดคราบสนิม จะเป็นสีเขียวคราบเขียวของพระพุทธรูปบูชานี้ได้ลุกลามไปติดเป็นคราบสนิมของพระหูยานกรุใหม่ด้วย จึงกลายเป็นตำหนิสำคัญที่นักเลงพระเครื่องเนื้อชินเขาใช้ประกอบในการพินิจ พิจารณาพระหูยานกรุใหม่พระหูยาน ลพบุรีทั้งกรุเก่า กรุใหม่ พุทธคุณเด่นทั้งด้านคงกระพันชาตรี และเมตตามหานิยม

อมตะพระเครื่องเมืองสยามเด่น ดัง ขลัง นิยม

พระหูยาน ลพบุรี เนื้อชินเงิน กรุใหม่

พระหูยาน ลพบุรี เนื้อชินเงิน กรุใหม่

ปั้นเหน่ง ราหูอมจันทร์

วัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง อาจารย์เฮง ไพรยวัล

อาจารย์เฮง ท่านเป็นเลีศในหลายๆด้าน ทั้งไสย ทั้งศิลป์ และท่านยังเป็นที่ซี้ปึกกับ ครูเหม เวชกร , ครั้งหนึ่งครูเหมออกปากว่า…”หน้าพรหม ไม่มีใครเขียนให้เห็นได้ทั้งสี่หน้า ที่อาจารย์เฮง คนเดียว ที่เขียนได้ ” ท่านสร้างวัตถุมงคล และเครื่องรางของขลัง.

อาารย์เฮง ไพรยวัล

วัตถุมงคล อาจารย์เฮงไพรยวัล

เครื่องรางของขลัง อาจารย์เฮง สร้างไว้มีหลายอย่างคือ พระพรหมจะทำด้วยงากำจัด งากำจาย โลหะเงิน ทอง นาค ตะกรุดมหาจักรพรรดิ แหวนโลหะ ปลัดขิก ผ้ายันต์ ภาพวาสรูปเทพ ลงอักขระคชสีห์ สิงห์ เสือ เนื่องจากอาจารย์เฮง เป็นผู้อัจฉริยะในด้านการช่างอย่างน่าอัศจรรย์ ดังจะเห็นได้ว่า เครื่องรางของขลังแต่ละชิ้นนั้น ศิลป์วิจิตรงดงาม หากสังเกตรอยจารลายมือสวยมาก การเขียนภาพต่างๆ มีมิติลึกซึ้ง การแกะสลักได้สัดส่วน ยากที่จะมีอาจารย์ใดเสมอเหมือน ด้านพุทธคุณเป็นที่เลื่องลือว่าสุดยอดของคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย กันภูตผีปีศาจ เพิ่มพูนในเรื่องของเมตตามหานิยม เช่น เหรียญพรหมสี่หน้า อาจารย์เฮง มีหลายรูปแบบทั้ง หน้าโล่ห์ ทรงกลม ข้าวหลามตัด และเครื่องรางของขลังอีกหลายรูปแบบ…เป็นที่นิยมมานาน ของแท้นั้นหาดูไม่ง่ายนัก…

อาจารย์เฮง ไพรวัล