พระปิดตา หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ยุคแรก

สู่บัลลังก์จักรพรรดิแห่งพระปิดตา

ในยุทธจักรนักสะสมพระเครื่อง หากเราเอ่ยถึง “พระสมเด็จ” อันดับหนึ่งในใจของทุกคนย่อมหนีไม่พ้น พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ฉันใดก็ฉันนั้น หากเอ่ยถึง “พระปิดตา” ที่ได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นสุดยอด เป็นจักรพรรดิแห่งพระปิดตาทั้งปวง ชื่อของ “หลวงปู่แก้ว พรหมสโร วัดเครือวัลย์ จังหวัดชลบุรี” ก็ต้องดังกึกก้องขึ้นมาในหัวใจของนักสะสมทุกระดับชั้น พระปิดตาของท่านไม่เพียงแต่เป็นเลิศด้านพุทธศิลป์ที่งดงามคลาสสิก แต่ยังเปี่ยมล้นไปด้วยพุทธคุณอันเข้มขลัง โดยเฉพาะด้าน “เมตตามหานิยม” ที่ถูกจัดให้อยู่ในระดับ “หัวแถว” ของวงการ ชนิดที่ว่าหาวัตถุมงคลอื่นใดมาเทียบเคียงได้ยากยิ่ง

การได้ครอบครองพระปิดตาหลวงปู่แก้วแท้ๆ สักองค์หนึ่งนั้น ถือเป็นสุดยอดปรารถนาและเป็นเกียรติยศสูงสุดของนักเล่นพระสายปิดตา เรื่องราวของท่านและวัตถุมงคลที่ท่านสร้างจึงเปรียบดั่งตำนานที่เล่าขานกันไม่รู้จบ ยิ่งศึกษาลึกลงไป ยิ่งค้นพบความมหัศจรรย์ ทั้งในด้านประวัติ ปริศนาธรรมที่แฝงอยู่ และมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านบรรจงสร้างขึ้นมากับมือ , เราจะมาเจาะลึกทุกแง่มุมกันอย่างถึงแก่น

พระปิดตา หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ยุคแรก

 ประวัติพระอริยสงฆ์ผู้เร้นลับ “หลวงปู่แก้ว พรหมสโร”

กระแสที่หนึ่ง: ผู้หยั่งรู้จากเมืองเพชรบุรี

กระแสนี้เป็นที่เชื่อถือกันอย่างกว้างขวางที่สุด กล่าวกันว่าหลวงปู่แก้วท่านเป็นชาวเพชรบุรีโดยกำเนิด เกิดในราวปี พ.ศ. 2337 ในช่วงปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวถึง 3-4 รัชกาล เมื่อเติบใหญ่ท่านได้อุปสมบทและศึกษาพระธรรมวินัย วิปัสสนากัมมัฏฐาน และวิทยาคมต่างๆ จากพระอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในยุคนั้นที่เมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นตักศิลาแห่งวิชาความรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของสยามประเทศในสมัยนั้น

ด้วยความที่เป็นผู้มีจิตใจใฝ่ในความสงบวิเวก ท่านจึงออกธุดงค์วัตร แสวงหาโมกขธรรมไปตามป่าเขาลำเนาไพร จนกระทั่งจาริกมาถึงเมืองชลบุรี ได้พบกับ “วัดเครือวัลย์” ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงวัดเล็กๆ ที่กำลังจะรกร้าง สภาพชำรุดทรุดโทรม ท่านจึงได้ปักหลักจำพรรษาและเริ่มพัฒนาวัดเครือวัลย์ขึ้นมา ด้วยปฏิปทาอันน่าเลื่อมใส วัตรปฏิบัติอันเคร่งครัด และความเมตตาของท่าน ทำให้ชาวบ้านในแถบนั้นเกิดความศรัทธา ร่วมแรงร่วมใจกันบูรณะวัดจนเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

หลวงปู่แก้วท่านเป็นพระที่พูดน้อย สันโดษ และมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมเป็นสำคัญ กล่าวกันว่าท่านมีญาณสมาบัติสูงส่ง สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์ และมีความเชี่ยวชาญในด้านว่านยาและสมุนไพรต่างๆ เป็นอย่างยิ่ง

กระแสที่สอง: พระเถระผู้ข้ามโขงจากเวียงจันทน์

อีกกระแสหนึ่งซึ่งมีผู้เชื่อถืออยู่บ้างเช่นกัน เล่าว่าหลวงปู่แก้วท่านเป็นชาวเวียงจันทน์ ประเทศลาว ได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งสยามเพื่อศึกษาพระพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรม แล้วจึงธุดงค์รอนแรมมาจนถึงวัดเครือวัลย์ ข้อสันนิษฐานนี้อาจเกิดจากการที่พุทธศิลปะของพระปิดตาหลวงปู่แก้วบางพิมพ์ โดยเฉพาะ “พิมพ์ปั้น” หรือ “พิมพ์ลอยองค์” มีลักษณะคล้ายคลึงกับศิลปะของทางล้านช้างอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม กระแสแรกที่ว่าท่านเป็นชาวเพชรบุรีนั้นมีน้ำหนักและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างของเซียนพระรุ่นเก่ามากกว่า

ไม่ว่าประวัติที่แท้จริงของท่านจะเป็นเช่นไร สิ่งหนึ่งที่ทุกคนยอมรับโดยดุษณีก็คือ หลวงปู่แก้วคือพระอริยสงฆ์ผู้ทรงคุณวิเศษอย่างแท้จริง ท่านได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ไว้ให้กับวัดเครือวัลย์และวงการพระเครื่องไทย ท่านมรณภาพลงอย่างสงบในราวปี พ.ศ. 2430 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สิริอายุรวมประมาณ 93 ปี นับเป็นพระเถระผู้มีอายุยืนยาวรูปหนึ่ง

หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์

 ตำนานการสร้าง “พระปิดตา” อันลือลั่น

หัวใจของเรื่องราวทั้งหมดอยู่ที่นี่ครับ คือการจัดสร้างวัตถุมงคลที่กลายเป็นตำนานอมตะของท่าน นั่นคือ “พระปิดตา” พระปิดตาของหลวงปู่แก้วนั้น ท่านไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อปัจจัยใดๆ ทั้งสิ้น แต่ท่านสร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้านที่มาช่วยกันพัฒนาวัด เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นพุทธานุสติ และเป็นของขลังไว้คุ้มครองป้องกันภยันตรายต่างๆ ดังนั้น จำนวนการสร้างจึงมีไม่มากนัก และแต่ละองค์ล้วนสร้างขึ้นด้วยความพิถีพิถันและเจตนาอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

พระปิดตา หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ยุคแรก

สุดยอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์: หัวใจแห่งความเข้มขลัง

การที่พระปิดตาหลวงปู่แก้วได้รับการยอมรับว่ามีพุทธคุณสูงส่ง โดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยมนั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือ “มวลสาร” ที่ท่านนำมาสร้างพระ ซึ่งล้วนแต่เป็นของทนสิทธิ์ ของอาถรรรรพณ์ และของมงคลตามตำราโบราณที่หาได้ยากยิ่ง มวลสารหลักที่วงการพระเครื่องยอมรับกัน มีดังนี้

  1. ผงอิทธิเจ (ผงปถมัง หรือ ผงมหาราช): นี่คือ “หัวใจหลัก” และเป็นที่มาของพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมอันลือลั่น ผงอิทธิเจนี้ได้มาจากการเขียนสูตรยันต์บนกระดานชนวนด้วยดินสอพอง แล้วลบออกทำเช่นนี้ซ้ำๆ กันนับร้อยนับพันครั้ง จนได้ผงวิเศษที่มีอานุภาพสูงสุดในทางเมตตา มหาเสน่ห์ และเป็นที่รักใคร่แก่ผู้คนทั้งหลาย กล่าวกันว่าหลวงปู่แก้วท่านสำเร็จวิชาในการทำผงนี้อย่างแตกฉาน การปลุกเสกผงแต่ละครั้งต้องกระทำในพระอุโบสถ และมีพิธีกรรมที่เข้มงวดถูกต้องตามตำราทุกประการ

  2. ว่าน 108 ชนิด: หลวงปู่แก้วมีความเชี่ยวชาญด้านว่านยาสมุนไพร ท่านได้รวบรวมว่านมงคลและว่านที่มีฤทธิ์ทางเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรีต่างๆ เช่น ว่านดอกทอง, ว่านสาวหลง, ว่านสบู่เลือด, ว่านขุนแผน และอื่นๆ อีกมากมาย นำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผงผสมลงไป

  3. เกสรดอกไม้บูชาพระ: ท่านจะรวบรวมเกสรดอกไม้นานาพรรณ โดยเฉพาะดอกไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล ที่ชาวบ้านนำมาถวายพระในวันพระและวันสำคัญต่างๆ มาตากให้แห้งแล้วบดละเอียด

  4. ไคลเสมาและไคลโบสถ์: คือการขูดเอาคราบไคลที่จับอยู่ตามใบเสมาและผนังพระอุโบสถเก่าแก่ ซึ่งถือเป็นของทนสิทธิ์ที่ผ่านการสวดมนต์ทำวัตรมานับครั้งไม่ถ้วน มีอานุภาพในทางแคล้วคลาดและป้องกันสิ่งอัปมงคล

  5. ดินโป่ง: ดินจากโป่งต่างๆ ที่เชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของสัตว์ป่า นำมาเป็นเคล็ดในด้านเมตตา ทำให้เป็นที่รักใคร่ของคนและสัตว์

  6. ผงธูปและขี้เถ้ากระถางธูป: จากการบูชาพระประธานในพระอุโบสถ

  7. น้ำมันตังอิ๊ว: นี่คือ “ตัวประสาน” ที่สำคัญที่สุด ทำให้นื้อพระของหลวงปู่แก้วมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือมีความ “หนึกนุ่ม” และ “จัดจ้าน” น้ำมันตังอิ๊วจะทำหน้าที่ผสานมวลสารต่างๆ ให้เข้ากัน และเมื่อเวลาผ่านไปนับร้อยปี จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้เนื้อพระแห้งสนิท มีความแกร่ง และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัว

พระปิดตา หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ยุคแรก

กรรมวิธีการสร้าง: จากมวลสารสู่องค์พระ

เมื่อได้มวลสารครบถ้วนแล้ว หลวงปู่แก้วจะนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันในบาตร โดยมีน้ำมันตังอิ๊วเป็นตัวประสาน ในระหว่างที่คลุกเคล้ามวลสาร ท่านจะบริกรรมคาถากำกับตลอดเวลาจนเห็นว่ามวลสารเข้ากันดีแล้ว จากนั้นจึงนำไปกดลงในแม่พิมพ์

แม่พิมพ์ ของท่านส่วนใหญ่แกะจากหินมีดโกน หรือครกหินโบราณ มีทั้งฝีมือช่างชาวบ้านและอาจจะมีฝีมือช่างหลวงปนอยู่บ้าง ทำให้พิมพ์ทรงมีความงดงามอ่อนช้อยและคลาสสิกเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกดเป็นองค์พระแล้ว ท่านจะนำพระออกมาผึ่งลมให้แห้งสนิท แล้วจึงนำไป “คลุกรัก” หรือ “จุ่มรัก”

การคลุกรัก คือการนำองค์พระไปคลุกกับ “รักน้ำเกลี้ยง” (ยางรักสีดำ) หรือ “รักแดง” (ผสมชาด) เพื่อรักษาเนื้อพระไม่ให้แตกหักเสียหาย และเพื่อความสวยงาม จากนั้นอาจจะมีการ “ปิดทอง” ในขณะที่รักยังหมาดๆ อยู่ ทำให้แผ่นทองคำเปลวติดแน่นทนนาน กลายเป็นพระปิดตา “ปิดทองในพิมพ์” หรือ “ปิดทองเก่า” ที่สวยงาม

หลังจากนั้น ท่านจะนำพระทั้งหมดไปปลุกเสกเดี่ยวในพระอุโบสถอีกวาระหนึ่ง เป็นระยะเวลานานนับไตรมาส (3 เดือน) หรือจนกว่าท่านจะเห็นว่ามีอานุภาพพุทธคุณเต็มเปี่ยมแล้ว จึงจะนำออกมาแจกจ่ายต่อไป

พระปิดตา หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ยุคแรก

 การจำแนกพิมพ์ทรงและเนื้อหา (หัวใจของเซียนพระ)

การจะเป็นเซียนพระปิดตาหลวงปู่แก้วได้นั้น ต้องแม่นใน “พิมพ์” และเข้าใจใน “เนื้อ” อย่างถ่องแท้ เราสามารถจำแนกพระปิดตาของท่านออกเป็นประเภท ได้ดังนี้

๑. เนื้อผงคลุกรัก

นี่คือประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีราคาค่านิยมสูงที่สุดในบรรดาพระปิดตาของท่าน แบ่งตามพิมพ์นิยมได้ดังนี้

  • พิมพ์ใหญ่ หลังแบบ: ถือเป็น “พิมพ์จักรพรรดิ” ที่สุดของที่สุด หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร มีค่านิยมสูงระดับหลายล้านบาทจนถึงหลักสิบล้านบาท จุดเด่นคือด้านหลังขององค์พระจะมี “ยันต์” กดประทับอยู่ด้วย เป็นยันต์ที่สวยงามคมชัดและเป็นเอกลักษณ์ (ที่เรียกกันว่า “หลังแบบ”) เนื้อหาจะจัดจ้านมาก รักเก่าแห้งสนิท ทองที่ปิดมาแต่เดิมจะซึมเข้าไปในเนื้อรักแลดูฉ่ำซึ้ง การได้ส่ององค์จริงถือเป็นวาสนาอย่างสูง

  • พิมพ์ใหญ่ หลังเรียบ: ได้รับความนิยมรองลงมาจากพิมพ์หลังแบบ แต่ก็ยังคงหายากและมีราคาสูงมาก ด้านหลังจะเรียบ ไม่มีลวดลายยันต์ แต่ความงามของพิมพ์ทรงและเนื้อหาจัดจ้านไม่แพ้กัน

  • พิมพ์กลาง หลังแบบ/หลังเรียบ: มีขนาดย่อมลงมา เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบพระขนาดกะทัดรัด พุทธศิลป์ยังคงความอ่อนช้อยงดงามเช่นเดียวกับพิมพ์ใหญ่ ราคาย่อมเยากว่าแต่ก็ยังคงอยู่ในหลักล้าน

  • พิมพ์เล็ก: เป็นพิมพ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด น่ารักน่าใช้ พุทธคุณไม่แตกต่างจากพิมพ์ใหญ่ เหมาะสำหรับสุภาพสตรีและเด็ก หรือผู้ชายที่ชอบพระองค์เล็กๆ เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก

  • พิมพ์ปั้น (ลอยองค์): เป็นพระที่ไม่ได้เกิดจากการกดพิมพ์ แต่เกิดจากการ “ปั้น” ด้วยมือทีละองค์ ทำให้แต่ละองค์มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันเลย มีทั้งแบบคลุกรักและไม่คลุกรัก เป็นพิมพ์ที่ศึกษาได้ยาก แต่ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

๒. เนื้อตะกั่ว

นอกจากเนื้อผงคลุกรักแล้ว หลวงปู่แก้วยังได้สร้างพระปิดตาเนื้อตะกั่วผสมปรอทไว้ด้วยจำนวนหนึ่ง ซึ่งหายากมากเช่นกัน เนื้อตะกั่วของท่านจะมีลักษณะพิเศษคือ เมื่อผ่านกาลเวลามานาน จะเกิด “สนิมแดง” จับตามซอกผิวขององค์พระ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการพิจารณา เนื้อตะกั่วเก่าจะมีความแห้งและมีน้ำหนักตึงมือ

๓. เนื้อผงใบลาน

เป็นเนื้อที่หายากที่สุดชนิดหนึ่ง สร้างจากผงใบลานคัมภีร์เก่าที่ชำรุดนำมาเผาไฟ แล้วบดเป็นผงผสมกับมวลสารอื่นๆ เนื้อพระจะออกเป็นสีเทาดำหรือดำสนิท มีความแห้งและแกร่งมาก

การพิจารณาพระแท้: ศาสตร์และศิลป์ของนักสะสม

การดูพระปิดตาหลวงปู่แก้วให้ “ขาด” นั้น ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญสูงมาก แต่มีหลักการพื้นฐานที่ต้องยึดไว้เสมอ คือ

  1. พิมพ์ทรงต้องถูกต้อง (ถูกพิมพ์): เส้นสายลายศิลป์ต้องคมชัด มีมิติ มีตำแหน่งแห่งที่ที่ถูกต้องตามมาตรฐานของแต่ละพิมพ์ แม้จะเป็นพระทำมือ แต่ก็มี “เค้าโครงหลัก” ที่เซียนพระยอมรับกัน

  2. เนื้อหาต้องถึงยุค (ถูกเนื้อ): เนื้อพระต้องมีความเก่าตามอายุร้อยกว่าปี เนื้อผงคลุกรักต้องมีความ “หนึกนุ่ม” คือดูนุ่มนวลแต่แข็งแกร่ง มีความแห้งสนิท เมื่อส่องดูจะเห็นมวลสารเล็กๆ ปรากฏอยู่ภายในเนื้อ รักที่เคลือบต้องแห้งสนิทและมีการ “ระเบิด” หรือ “ปริราน” จากภายในสู่ภายนอกตามธรรมชาติ ไม่ใช่การทำให้เก่าแบบผิวเผิน

  3. ธรรมชาติความเก่า (ถูกอายุ): ต้องมีร่องรอยการใช้ การสัมผัสที่สมเหตุสมผล มีความสึกหรอตามกาลเวลาในจุดที่ควรจะสึก ทองที่ปิดทับต้องมีความเก่า ซีด และหลุดร่อนไปตามธรรมชาติ รักและชาดต้องมีสีที่ถูกต้อง (รักเก่าจะดำสนิท, ชาดเก่าจะออกสีแดงอมส้ม ไม่ใช่แดงแปร๊ด)

พระปิดตา หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ยุคแรก

 พุทธคุณและประสบการณ์ “สุดยอดแห่งเมตตา”

มาถึงบทสรุปที่เป็นที่สุดแห่งความปรารถนาของผู้คน นั่นคือ “พุทธคุณ” พระปิดตาหลวงปู่แก้วได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าโดดเด่นสูงสุดในด้าน “เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์” ชนิดที่เรียกว่า “ครอบจักรวาล” มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมามากมายจนกลายเป็นตำนาน เช่น

  • ตำนานเศษพระกับสุนัข: เรื่องเล่าสุดคลาสสิกที่ว่ากันว่า มีคนทำเศษพระปิดตาหลวงปู่แก้วที่แตกหักตกไว้ที่พื้น สุนัขตัวหนึ่งบังเอิญไปเลียกินเศษผงนั้นเข้าไป ปรากฏว่าหลังจากนั้น สุนัขตัวนั้นกลายเป็นที่รักใคร่ของสุนัขตัวเมียทั้งฝูงในย่านนั้น วิ่งตามกันเป็นพรวนไม่ห่างกาย จนเจ้าของแปลกใจและสืบจนรู้ว่าเกิดจากอานุภาพของผงหลวงปู่แก้ว นี่คือที่มาของคำว่า “ขนาดหมาเลียเศษพระยังมีเสน่ห์ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าคนได้แขวนทั้งองค์จะขนาดไหน”

  • ประสบการณ์ด้านเจรจาค้าขาย: พ่อค้าแม่ขาย ข้าราชการ หรือนักธุรกิจที่ต้องติดต่อกับผู้คน ต่างก็มีประสบการณ์ตรงกันว่า เมื่ออาราธนาพระปิดตาของท่านติดตัวไปแล้ว การเจรจาต่อรองจะราบรื่นอย่างน่าอัศจรรย์ คนที่เคยเป็นศัตรูก็กลับกลายเป็นมิตร ผู้ใหญ่ให้ความเมตตาเอ็นดู การค้าขายเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

นอกจากเมตตามหานิยมแล้ว พุทธคุณด้าน แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร มีผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงได้อย่างปาฏิหาริย์ หรือรอดพ้นจากคมศาสตราวุธมานักต่อนักแล้ว

พระปิดตา หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ยุคแรก

 อมตะจักรพรรดิแห่งพระปิดตา

พระปิดตาหลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ไม่ใช่เป็นเพียงวัตถุมงคลที่มีราคาค่างวดสูงลิบลิ่วเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานแห่งภูมิปัญญาและบารมีของพระอริยสงฆ์รูปหนึ่งในประวัติศาสตร์สยามประเทศ เป็นผลงานพุทธศิลป์อันทรงคุณค่าที่แฝงไว้ด้วยปริศนาธรรมแห่งการ “ปิดทวารทั้ง 9” เพื่อเข้าสู่ความสงบแห่งจิต และที่สำคัญที่สุด คือเป็นเครื่องยืนยันถึง “พลังแห่งความเมตตา” อันบริสุทธิ์ ที่หลวงปู่แก้วได้มอบไว้เป็นมรดกแก่คนรุ่นหลัง

การได้ศึกษาเรื่องราวของท่าน การได้พิจารณาความงามขององค์พระแต่ละองค์ ถือเป็นความสุขและเป็นมงคลอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมอย่างพวกเรา และแม้ว่าโอกาสที่จะได้ครอบครององค์จริงอาจเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง แต่เพียงแค่ได้ศึกษาและซึมซับในตำนานอันยิ่งใหญ่นี้ ก็ถือเป็นกำไรแห่งชีวิตแล้ว

ขอให้บารมีแห่งหลวงปู่แก้ว พรหมสโร คุ้มครองทุกท่านให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลาย สมดังพุทธคุณอันเป็นอมตะของท่านสืบไป…

พระปิดตา กนกข้าง เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ

พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ รุ่นกนกข้างปี พ.. 2522

พระปิดตา รุ่นกนกข้างปี พ.. 2522 จัดสร้างในช่วงปลายชีวิตของ หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ หนึ่งในพระเกจิที่มีชื่อเสียงสูงสุดของกรุงเทพฯ และภาคกลาง โดยมีเจตนาเพื่อแจกแก่ลูกศิษย์ใกล้ชิดและเพื่อเป็นที่ระลึกในการก่อสร้างศาลาการเปรียญ และอาคารต่าง ๆ ในวัดประดู่ฉิมพลี

พระปิดตากนกข้าง เนื้อผงเกสร แช่น้ำมนต์ ฝังตะกรุด ปี 2522

ลักษณะพิเศษของพิมพ์กนกข้าง

• “กนกข้างหมายถึง ลายกนกที่ปรากฏอยู่ด้านข้างองค์พระ เป็นลวดลายอ่อนช้อยเหมือนเถาวัลย์ แสดงถึงความละเอียด ปราณีต และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะพิมพ์

พระนั่งสมาธิ ปิดตาทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นพุทธลักษณะของพระปิดตา หมายถึงการปิดกั้นกิเลสทั้งภายนอกและภายใน

พิมพ์พระดูอวบอิ่มและมีมวลสารผิวพระดูงดงามด้วยเกสรดอกไม้ สื่อถึงความสมบูรณ์ทางพุทธคุณและทรงพลังเข้มขลัง

พระปิดตา กนกข้าง เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ

เนื้อมวลสาร: ผงเกสร แช่น้ำมนต์

พระรุ่นนี้สร้างด้วย ผงเกสร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมวลสารที่ขลังและสูงที่สุดของสายหลวงปู่โต๊ะ โดยประกอบด้วย:

ผงเกสรดอกไม้ 108 ชนิด ที่เก็บจากยอดของวัดต่าง ๆ

ผสมกับ ผงวิเศษ 5 ประการ ได้แก่ ผงปถมัง ผงอิทธิเจ ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเห และผงพุทธคุณ

ผ่านพิธี แช่น้ำมนต์ ซึ่งเป็นน้ำมนต์ที่หลวงปู่ปลุกเสกด้วยตัวเอง ทำให้เนื้อมีความอ่อนนุ่มและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากว่าน

ตะกรุดฝังในองค์พระ

บางองค์จะมี ตะกรุดเงินแท้จารมือ ฝังอยู่ภายใน เพื่อเพิ่มพลังคุ้มครอง ป้องกันภัย และเรียกทรัพย์(มหาลาภ)

ตะกรุดจารด้วยมือของหลวงปู่หรือพระอาวุโสผู้ใกล้ชิด เป็นลายมือที่วิจิตรงดงาม เรียกว่าตะกรุดมีชีวิต

ตะกรุดบางองค์ฝังด้านหลัง บางองค์ฝังใต้ฐาน มีหลากหลายแบบ

พระปิดตา กนกข้าง เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ

พิธีปลุกเสก

ปลุกเสกใหญ่ที่ อุโบสถวัดประดู่ฉิมพลี โดย หลวงปู่โต๊ะเป็นประธาน และอธิษฐานจิตเดี่ยวอีกครั้งก่อนแจก

ใช้เวลา ปลุกเสกยาวนานหลายเดือน ด้วยพลังจิตระดับสูงของหลวงปู่

มีบันทึกว่าหลวงปู่โต๊ะไม่เคยปลุกเสกอย่างรวบรัด พระทุกองค์ต้องปลุกเสกจนมั่นใจว่ามีพลังแล้วจริง ๆ

พระปิดตา กนกข้าง เนื้อเกสร หลวงปู่โต๊ะ

พุทธคุณ

เมตตามหานิยม: เป็นพระที่เด่นด้านเมตตา เสริมเสน่ห์ เจรจาค้าขายดี

แคล้วคลาด คุ้มครอง: ตะกรุดที่ฝังช่วยในการกันภัย โดยเฉพาะในยุคที่มีความเสี่ยง

โชคลาภ การเงิน: มีประสบการณ์มากในด้านดึงดูดโชคลาภ เรียกเงินทองเข้ามา

เสริมบารมี เสริมดวง: โดยเฉพาะคนที่ทำงานตำแหน่งสูง จะมีผู้สนับสนุน ไม่ตกต่ำ

การพิจารณาแท้เก๊

เนื้อพระต้องมีความนุ่มแบบผงเกสรแท้ ๆ และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

สีเนื้อออกเหลืองนวล หรืออมน้ำตาลอมชมพู

ลายกนกด้านข้างต้องมีความคมชัด ไม่เบลอ

ตะกรุดต้องฝังแน่นและมีรอยจารที่ชัดเจน

ถ้าแช่น้ำมนต์แท้ ผิวจะมีความชื้นเล็กน้อย (ไม่แห้งกรังแบบของทำเลียนแบบ)

พระปิดตา พิมพ์ปั้นลอยองค์ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์

การสร้างพระปิดตาของ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์

การสร้างพระปิดตาของ หลวงพ่อแก้วนั้น โดยปกติแล้ว หลวงพ่อแก้ว ท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยละเอียดรอบคอบ ท่านเป็นผู้เห็นการณ์ไกล กล่าวคือ ในขณะที่ท่านสอนบาลีไวยากรณ์อยู่นั้น ท่านก็ได้เก็บเอาผงที่ลบการเรียนภาษาบาลีซึ่งเขียนเป็นอักษรขอม ที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ แล้วท่านก็จะนำผงอักขระที่ได้จากการลบ มาผสมกับผงพระพุทธคุณ หรือผงมหาราช เป็นต้น

เมื่อเอาผงดินสอ และผงพุทธคุณรวมเข้ากันแล้ว ท่านก็เอาเกสรดอกไม้ต่างๆ ตลอดจนใบไม้ เปลือกไม้ และเนื้อไม้ มาบดให้ละเอียดเป็นผง แล้วจึงนำมาผสมกับผงอักขระ(ผงลบ) เอาน้ำข้าวเหนียวมาผสมทำให้เหนียว จึงเอากดลงในแม่พิมพ์ที่ทำจากหินมีดโกน ก็สำเร็จเป็นองค์พระ

พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์

พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เนื้อผงพุทธคุณ

พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว

พระปิดตา หลังแบบ หลวงพ่อแก้ว

กล่าวกันว่าพระปิดตาที่ หลวงพ่อแก้ว สร้างในยุคแรกๆนั้น ท่านสร้างด้วยผงพุทธคุณ สีออกขาวก็มี สีออกเหลืองอ่อนบ้างก็มี และส่วนผสมที่สำคัญยิ่งอีกอย่างหนึ่งคือ “ไม้ไก่กุก” ซึ่งถือเป็นของหายากมาก ทางด้านพุทธคุณนั้นนับว่าเป็นมหาเสน่ห์ มหานิยมสูง ยิ่งถ้าได้พระอาจารย์ที่มีอาคมแก่กล้าปลุกเสกแล้ว จะเป็นของเข้มขลังดีที่ประเสริฐยิ่งนัก

 

 

ระหว่างการสร้างพระปิดตาของ หลวงพ่อแก้ว นั้น จะมีพระภิกษุสามเณร และชาวบ้านทั้งชายและหญิง มาร่วมมือกันตลอดเวลาในการสร้าง ตอนหลังเกิดชอบพอ รักไคร่กัน เป็นเพราะเสน่ห์มหานิยมที่เกิดจากผงพุทธคุณ ที่สร้างพระติดมือ ติดขันน้ำ และปลิวตกลงไปในโอ่งน้ำ เมื่อต่างคนต่างดื่มกิน จึงเกิดความรักไคร่กันขึ้น

เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หลวงพ่อแก้ว จึงได้เปลี่ยนวิธีการผสมเนื้อพระเสียใหม่ โดยการนำเอาผงพุทธคุณ ผสมคลุกเคล้ากับรักให้เหนียวแน่น ไม่หลุดง่าย เพื่อกันไม่ให้ผงปลิว หรือติดมือ ติดขันน้ำ จึงเกิดเป็น “พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก” ในยุคต่อมา

หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี

พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์

พระปิดตาของ หลวงพ่อแก้วนั้น มิใช่ว่าจะมีพุทธคุณดีทางด้านเมตตามหานิยมเท่านั้น แม้แต่ทางคงกระพันชาตรี ก็มีอยู่มิใช่น้อยเช่นกัน วงการพระเครื่องเมืองไทย จึงได้จัดพระปิดตา ของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ให้อยู่ในชุดพระเบญจภาคี เป็นอันดับ 1 และได้กำหนดแบบพิมพ์มาตรฐานสากล ได้รับความนิยมมากเช่น: พระปิดตา พิมพ์ใหญ่ , พระปิดตา พิมพ์กลาง , พระปิดตา พิมพ์เล็ก และ พระปิดตา พิมพ์ปั้นลอยองค์

ส่วนด้านหลังพระทั้ง 3 พิมพ์แรกนี้ เท่าที่พบเห็นมี 3 แบบ 3 พิมพ์ คือ

1. เป็นแบบหลังรูปพระปิดตา เรียกว่า “หลังแบบ”

2. แบบหลังยันต์

3. แบบหลังเรียบ หรือ “แบบหลังเบี้ย”

ส่วนเนื้อพระเป็นเนื้อผงพุทธคุณล้วน มีสีขาว สร้างยุคต้นซึ่งหายากมาก ต่อมาสร้างเป็นเนื้อคลุกรัก มีสีค่อนข้างดำ , นอกจากนี้หลวงพ่อแก้ว ท่านได้สร้างพระปิดตาเนื้อตะกั่วผสมปรอท แจกแก่ชาวบ้านที่ไปช่วยขนไม้(ซุง) ต้นใหญ่ๆนำมาสร้างกุฏิ เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว ป้องกันคุณไสย และภูตผีปีศาจ เพราะเชื่อกันว่าผีกลัวปรอทมาก พระปิดตาเนื้อตะกั่วผสมปรอทของหลวงพ่อแก้วที่ว่านี้ก็คือ “พระปิดตาแลกซุง” สำหรับแจกแก่ชาวบ้านที่ไปช่วยกันลากไม้ซุงมาให้วัดนั้นเอง.

พระปิดตา พิมพ์ปั้น

และมีอีกพิมพ์ที่ถือเป็นพระปิดตาแลกซุง ก็คือ พระปิดตา พิมพ์ปั้นลอยองค์ แต่จะบอกว่าเป็นวัดเครือวัลย์วัดเดียวไม่ได้ เพราะพิมพ์ปั้นนี้มีออกทั้งจากวัดเครือวัลย์ และที่ออกจากวัดปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดชลบุรี , พิมพ์ปั้นลอยองค์ ทุกองค์จะมีลักษณะเฉพาะตัว ไม่เหมือนกัน เพราะจะปั้นทีละองค์ แต่จะมีลักษณะคล้ายๆกัน.

พระปิดตาเนื้อผงแท้ๆของ หลวงพ่อแก้ว นั้น เนื้อต้องละเอียด เพราะเมื่อท่านตำส่วนผสมเสร็จแล้วก็จะนำมากรอง จากนั้นใช้น้ำรักเป็นตัวประสาน บ้างก็ทารักแดง เรียกว่า “ชาดจอแส” เป็นรักมาจากเมืองจีน ปัจจุบันไม่มีแล้ว และใช้เม็ดรัก ซึ่งได้จากต้นรักที่เป็นมงคลนาม มาตำลงไป บางองค์จะเห็นเม็ดรักโผล่ขึ้นมา อาจเป็นสีดำหรือสีแดง แต่จำนวนไม่มาก ถ้ามีรักหรือทองไปปิดบัง ทองและรักต้องเก่ากว่า ซึ่งดูยาก หากคนที่มีความรู้เรื่องรักและทองจะได้เปรียบ เพราะพระปิดตา ของ หลวงพ่อแก้ว หายากกว่าพระสมเด็จ วัดระฆัง เพราะมีการสร้างจำนวนน้อยกว่า แต่สร้างในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือเมื่อประมาณ 150 – 180 ปีมาแล้ว.

 

พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์

พระปิดตา เนื้อเมฆพัด หลังยันต์

การสร้าง พระปิดตา เนื้อเมฆพัด และ พระปิดตา เมฆสิทธิ์ คือคำว่า “เมฆสิทธิ์” และ “เมฆพัด” นั้นเป็นชื่อเรียกโลหะผสมหลากหลายชนิดที่นำมาหลอมรวมกันตามกรรมวิธีแบบโบราณ หรือที่เรียกกันว่า เล่นแร่แปรธาตุ หากนำมาสร้างพระเครื่องก็จะหมายถึง โลหะธาตุกายสิทธิ์ ที่มีอานุภาพช่วยคุ้มครอง ป้องกันอันตราย ช่วยเสริมบารมีและให้คุณแก่ผู้ครอบครอง ถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยในอดีตให้ความนับถือ และแสวงหามาครอบครองกันมาก.

พระปิดตาหูกระต่าย หลังยันต์ เนื้อเมฆพัด

ในปัจจุบันก็ยังมีความนิยมอยู่มิเสื่อมคลาย แต่เนื่องจากการสร้างที่มีจำนวนน้อย และมีอายุการสร้างมานานร่วม 100 ปี จึงเป็นพระเครื่องที่หาชมและสะสมได้ยากมาก ประกอบกับมีการทำปลอมขึ้นมาจำนวนมาก มีทั้งพิมพ์ที่คลาดเคลื่อน รวมไปถึงการสร้างและมวลสารที่นำมาใช้สร้าง ไม่ตรงกับข้อมูลเดิมที่เคยสร้างไว้  จึงจำเป็นกับผู้ที่ต้องการศึกษาเรียนรู้เป็นอย่างมาก เพื่อช่วยให้เราศึกษาได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้นกว่าในอดีต.

 

พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์ พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์
พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์
พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์

พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์

พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์

พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์

พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์

พระปิดตาพิมพ์สะดือจุ่น เนื้อเมฆพัด หลังยันต์


สนใจสอบถาม LINE ID : 0613608638

พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง

พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง

พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ท่านสร้างแจกแก่ชาวบ้าน ที่ร่วมบริจาคทุนบูรณะสิ่งก่อสร้างภายในวัด การสร้างพระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ของท่านสร้างหลายวาระ จำนวนครั้งละไม่มาก สันนิษฐานว่า “เริ่มสร้างพระในช่วงก่อสร้างพระอุโบสถ วัดสะพานสูง ปี 2397” และสร้างเรื่อยมาจนถึงท้ายอายุขัยของ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง โดยมี หลวงปู่กลิ่น ผู้เป็นศิษย์เอกเป็นแม่งานดำเนินการ.

 หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูงหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง

 

พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง

หลวงพ่อทับ วัดอนงค์

การแบ่งพิมพ์ พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงค์

” พระปิดตา เนื้อเมฆสิทธิ์ ” หลวงพ่อทับ เทหล่อไว้หลายพิมพ์ แต่หลักๆจะแบ่งเป็น ” พิมพ์ต้อ พิมพ์ชะลูด พิมพ์เศียรแหลม พิมพ์นั่งยอง พิมพ์มหาอุตม์ ” โดยพิมพ์ต้อ ยังแบ่งออกเป็น ” พิมพ์ต้อใหญ่ พิมพ์ต้อกลาง พิมพ์ต้อเล็ก ” ( บางองค์เล็กมาก เรียกว่า พิมพ์จิ๋ว )

ลูกอมเมฆสิทธิ์ และ พระปิดตา หลวงพ่อทับ วัดอนค์

นอกจากนี้แต่ละพิมพ์ยังพบได้ทั้ง ” แบบแต่ง และ แบบไม่แต่ง “

ทั้งนี้พระแบบไม่แต่งจะได้ความนิยมสูงกว่า เพราะสามารถพิจารณารายเอียดในพิมพ์ดั้งเดิม ตลอดจนคราบผิวเก่าเดิมๆได้ง่ายกว่า ในขณะที่พิมพ์แต่งจะได้เปรียบในเรื่องความคมชัดสวยงาม มีเนื้อหาวรรณะผุดผ่อง เพราะถูกขัดแต่งโดยฝีมือช่าง

พระปิดตา หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ
อย่างไรก็ตาม พระปิดตา เนื้อเมฆสิทธิ์ ทุกพิมพ์ทั้ง แบบแต่ง และ แบบไม่แต่ง ” ต้องพิจารณาลักษณะเนื้อพระซึ่งมีคุณสมบัติความเนียนมัน และ สีสันเฉพาะตัวเป็นส่วนสำคัญอีกด้วย ”

พระปิดตาพิมพ์นั่งยอง หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ
พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงค์
พระปิดตาหลวงพ่อทับ พิมพ์ต่างๆ พระปิดตาหลวงพ่อทับ พิมพ์ต่างๆ

 

พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ

พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงค์

พระปิดตาเมฆสิทธิ์ ( พระเมฆสิทธิ์ ) วัดอนงคาราม ถือเป็นโลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์ นับถือกันว่าใครดวงตกมีเคราะห์ร้าย มีปัญหาหนักหนาสาหัส ให้บูชาพระเมฆสิทธิ์ วัดอนงคฯ  มีคุณวิเศษแก้ดวงตก กลับร้ายกลายเป็นดี  ผ่านพ้นอุปสรรค ชีวิตรุ่งเรืองมีโชคลาภมากอนันต์.

พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ

หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในวิธีเล่นแร่แปรธาตุ มีอาคมแก่กล้า ในช่วงที่ท่านจำพรรษาวัดอนงคฯนั้น ” สมเด็จพุฒาจารย์ นวม ” เป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อทับ เป็นเพียงพระลูกวัด แต่มีพรรษาสูงกว่า ท่านได้หลอมโลหะจนได้โลหะเมฆสิทธิ์ มีวรรณะสีสันสวยงามแปลกตา มีคุณวิเศษศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ในตัว แม้แต่ ” หลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ” ก็ได้มาศึกษาแลกเปลี่ยนวิชากับท่าน และ หลวงปู่สุขได้นำวิชาหล่อพระเมฆสิทธิ์กลับไปสร้างพระเครื่องพิมพ์สี่เหลี่ยมยังวัดของท่าน.

พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ

พระเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ

พระเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ มีหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์พระปิดตา พิมพ์ปางซ่อนหา พิมพ์พระชัยวัฒน์ พิมพ์พระอปคุต พิมพ์พระชินราช พิมพ์พระพิจตร  ตลอดจนลูกอมเนื้อเมฆสิทธิ์ ฯลฯ แต่ที่นิยมกันมาก จนเกิดการแสวงหามีมูลค่าสูงก็คือ ” พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ ”

พระปิดตาเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ

เนื้อเมฆสิทธิ์ เป็นโลหะที่มีวรรณะสีสันเฉพาะตัว ผิวมีประกายเปล่งใส มีเขียวอมน้ำตาล มีประกายเหลืองทอง เรียกว่า สีเขียวปีกแมลงทับ เนื้อละเอียดเนียนแน่น เนื้อในหากถูกขัดถูจะเห็นเป็นสีขาวแบบสแตนเลส เมื่อทิ้งไว้ไม่นานจะกลับเป็นสีเขียวเข้มดังเดิม.

พระเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ พระเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคฯ

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน จ.สุรินทร์

พระอาจารย์หนู ท่านเป็นพระสงฆ์มาจากจ.สุรินทร์ มีเชื้อสายเป็นชาวเขมร ถึงแม้ท่านจะเป็นพระที่ยังอายุไม่มากนัก แต่ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าทางด้านคาถาอาคม และ เชี่ยวชาญทางวิทยาคมกับไสยศาสตร์มาก จนเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นท่านจึงมีลูกศิษย์ลูกหา และ มีคนนับถือกันมากมาย , ท่านยังชอบเลี้ยงว่านด้วย ที่กุฏิของท่านจึงมีว่านต่างๆหลายชนิด ที่พระอาจารย์หนูเลี้ยงไว้  นอกจากนี้ท่านยังมีความเชี่ยวชาญวิชาทางการแพทย์แผนโบราณ สมัยนั้นจึงมีคนไปขอความอนุเคราะห์จากท่านอยู่บ่อยครั้ง บ้างก็ไปขอวัตถุมงคล บ้างก็ไปขอให้ท่านรดน้ำมนต์  บ้างก็ไปขอให้ท่านรักษาโรค  ในช่วงสงครามที่ทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยนั้น มีเครื่องบินของฝ่ายพันธมิตรมาทิ้งระเบิดตามฐานทัพของทหารญี่ปุ่นและตามจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอื่นๆ การทิ้งระเบิดเป็นการทิ้งแบบปูพรม และเครื่องบินก็บินสูง การทิ้งระเบิดจึงทำให้พลาดเป้าหมาย ไปถูกบ้านเรือนชาวบ้านอยู่เป็นประจำ มีชาวบ้านเสียชีวิตและพิการบาดเจ็บ เพราะถูกลูกหลงกันเป็นจำนวนมาก พระอาจารย์หนู ท่านเกิดความสงสารแก่ชาวบ้านเหล่านั้นที่พลอยได้รับเคราะห์ไปด้วย ท่านจึงได้ทำการสร้างพระขึ้นมา เพื่อแจกชาวบ้านนำไปป้องกันอันตราย จาการทิ้งระเบิดด้วยตัวท่านเอง

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน

พระปิดตาผงกระดูกผี อาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน จ.สุรินทร์ ยุคแรก

เนื้อหามวลสารเพี๊ยบ พุทธคุณดีทางด้านให้โชคลาภ เสี่ยงดวง เสี่ยงโชค คงกระพัน แคล้วคลาด

มวลสารในการจัดสร้าง ได้แก่
– ผงอัฐิเถ้ากระดูกผี 7 ป่าช้า
– ผงพระพุทธคุณ
– ผงอิทธิเจ
– ว่านโพง และว่านอาถรรพ์ต่างๆ

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน

จากประสบการณ์ของผู้ที่ใช้บูชาพระผงกระดูกผีนี้ นอกจากดีทางคงกระพันแล้ว ยังให้โชคในด้านการเสี่ยงดวง ว่าให้โชคให้ลาภดีนักแล และที่ขึ้นชื่อเป็นที่เล่าขานกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ว่าถ้ามีพระผงกระดูกผี ไว้ที่บ้านจะไม่มีขโมยขโจรขึ้นบ้าน “เพราะจะเห็นในบ้านมีคนอยู่ตลอด” แต่ถ้าใส่ไว้ในรถยนต์ รถจะไม่มีวันหาย (เพราะอะไรลองคิดกันเอง) ด้วยประสบการณ์มากมายขนาดนี้ จึงเป็นที่ต้องการไม่ใช่เฉพาะคนไทยแต่ยังโด่งดังไปถึงต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์และฮ่องกง…

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน
พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน

 

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน
พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน
พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน

พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน
พระปิดตาผงกระดูกผี พระอาจารย์หนู วัดโพธิ์ท่าเตียน

[ecwid widgets=”productbrowser search minicart” categories_per_row=”3″ grid=”10,3″ list=”60″ table=”60″ default_category_id=”22291143″ default_product_id=”0″ category_view=”grid” search_view=”list” minicart_layout=”MiniAttachToProductBrowser”]

 

พระซุ้มชินราช ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ วัดท่าเรือ จังหวัด นครศรีธรรมราช

พระกรุเมืองใต้ พระซุ้มชินราช ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่

พระซุ้มชินราช ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ เป็นหนึ่งในพระชุดไตรภาคี พระเครื่องยอดนิยม อันดับหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช สมัยเมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว ที่กล่าวขวัญกันในวงการนักเลงพระยุคนั้นว่า “ท่าเรือ นางตรา นาสนธิ์”คือ พระพิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ กรุวัดท่าเรือ , พระพิมพ์นาคปรกใหญ่ กรุวัดนางตรา และ พระพิมพ์ใบพุทรา หรือ พิมพ์ยอดขุนพล กรุวัดนาสนธิ์ ณ ปัจจุบันยังคงเป็นที่นิยมสูง และ เสาะแสวงหากันอยู่ แต่ค่อนข้างหาดูได้ยากกว่าแต่ก่อนมาก

พระซุ้มชินราชปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ เนื้อดิน กรุวัดท่าเรือ นครศรีธรรมราช

ประวัติ วัดท่าเรือ

วัดท่าเรือ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนาฏศิลป์ เมืองนครศรีธรรมราช แต่จากหลักฐานในหนังสือใบลานผูก เขียนแบบสมุดข่อย ซึ่งสันนิษฐานว่า เขียนขึ้นโดยบัณฑิต ในสมัยสมเด็จพระนาราณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยธยา ระบุว่าวัดท่าเรือ หรือ วัดท่าโพธิ์ นี้ สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราช โดยพระองค์ทรงสถาปนาวัดท่าเรือร่วมกับพระภิกษุชาวลังกา เพื่อประดิษฐานวิหารพระเจดีย์ รวมทั้งสร้างพระพิมพ์ขนาดต่างๆขึ้น  เพื่อฉลองสมโภชพระมหาเจดีย์ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ.1773

ปราฏิหริย์พระกรุ วัดท่าเรือ

ในสมัยสงคราม ใช้เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันอันตรายแก่ผู้ที่อาราธนาติดตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ป้องกันชาติบ้านเมือง  พระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราช ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล ที่จะให้ชนรุ่นหลังผู้ทำหน้าที่รักษาบ้านเมือง ได้นำติดตัวออกไปป้องกันภัย เมื่อยามจำเป็น จึงทรงผูกลายแทงไว้คู่กับวัดท่าเรือ

ต่อมาทวดศักดิ์สิทธิ์ วัดศาลามีชัย ได้แก้ลายแทงขุมทรัพย์วัดท่าเรือให้เจ้าพระยานคร(น้อย) และ ให้ทหารขุดเอาพระกรุท่าเรือไปป้องกันตัวในสงครามปราบกบฏเมืองไทรบุรี-กลันตันเป็นครั้งแรก ในปลายสมัยรัชกาลที่ 2 พระกรุวัดท่าเรือ ได้แสดงปาฏิหาริย์ สามารถประกาศชัยชนะสยบศัตรูได้อย่างราบคาบ เจ้าพระยานคร(น้อย)ได้รับความดีความชอบ เลื่อนยศขึ้นเป็นเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช(น้อย) องค์สุดท้ายของประวัติศาตร์เมืองนครศรีธรรมราช

หลังจากนั้นได้อาราธนาพระกรุท่าเรือติดตัวในการทำสงคราม อีกหลายต่อหลายครั้ง อาทิ สงครามมหาเอเชียบูรพา ปี พ.ศ.2484 เหล่าศัตรูเกรงขามในความคงกระพันชาตรีของทหารเมืองนครศรีฯ เป็นอย่างมาก แต่ในสมัยก่อนนั้น เมื่อเสร็จสิ้นสงคราม แต่ละครั้งเหล่าทหารก็จะนำพระกลับไปคืนเก็บไว้ที่วัดดังเดิม โดยใส่ไหใส่ตุ่มฝังไว้บ้าง โยนไว้แถวเจดีย์ ใต้ต้นไม้ หรือ บริเวณลานวัดบ้าง ด้วยยังเชื่อถือกันเคร่งครัดว่า พระต้องอยู่วัดเท่านั้น

การขุดพบพระกรุวัดท่าเรือ

เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป วัดท่าเรือได้แปรสภาพเป็นวัดที่รกร้าง มาเป็นเวลายาวนาน ศาสนสถาน และ ศาสนวัตถุต่างๆ ปรักหักพังเสื่อมโทรม องค์พระที่ทับถมอยู่ตามบริเวณต่างๆภายในวัดท่าเรือ จนเมื่อกรมศิลปากรได้ทำการปรับที่ดิน เพื่อสร้างวิทยาลัยนาฏศิลป์ ประมาณปี พ.ศ.2519 จึงได้ขุดพบซากพระใต้อุโบสถ และ วัตถุโบราณอื่นๆอีก ตามที่ระบุในใบลานทุกอย่าง รวมทั้งพระกรุวัดท่าเรือ เมื่อพุทธคุณเป็นที่ปรากฏก็ยิ่งเป็นที่สนใจแสวงหากันเพิ่มยิ่งขึ้น สนนราคาก็สูงขึ้นตาม

พระกรุวัดท่าเรือที่ค้นพบส่วนใหญ่ เป็นพระเนื้อดิน มีทั้งเนื้อหยาบ และ ละเอียด มีแร่กรวดทรายผสมอยู่ค่อนข้างมาก ที่เป็นพระเนื้อชินมีเป็นส่วนน้อย ลักษระพุทธศิลปะเป็นแบบอยุธยาตอนต้น มีด้วยกันหลายพิมพ์ทรง อาทิ พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ , พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์เล็ก , พิมพ์วงเขน , พิมพ์ตรีกาย และ พระปิดตา เป็นต้น

พระซุ้มชินราชปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ เนื้อดิน กรุวัดท่าเรือ นครศรีธรรมราช

แต่ที่นับว่าเป็น “พิมพ์นิยม”ได้รับการยอมรับ และ จัดให้เป็นพระอันดับหนึ่งในพระชุดไตรภาคี คือ “พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่” หรือ “พระซุ้มชินราช พิมพ์ใหญ่” ลักษณะองค์พระตัดกรอบแบบสี่เหลี่ยม พุทธลักษณะงดงามสง่า องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิบนฐานบัวสองชั้น อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้วแบบซุ้มชินราช มีปรกโพธิ์ปกคลุมเหนือซุ้ม บางครั้งจึงเรียกว่า พระซุ้มชินราช

พระซุ้มชินราช ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ กรุวัดท่าเรือ จังหวัด นครศรีธรรมราช
พระซุ้มชินราช ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ วัดท่าเรือ จังหวัด นครศรีธรรมราช
พระซุ้มชินราช ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ วัดท่าเรือ จังหวัด นครศรีธรรมราช
พระซุ้มชินราช ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ วัดท่าเรือ จังหวัด นครศรีธรรมราช

พระปิดตาลงรักปิดทอง สายชลบุรี

พระปิดตาสายชลบุรี ลงรัก ปิดทอง

ก่อนอื่นอยากบอกคำตอบที่คาใจสำหรับหลายๆท่าน ที่มีคำถามว่า”ทำไม”คนอดีตจึงจำเป็นต้องเอารักมาทาเคลือบองค์พระ เนื่องมาจากการห่อหุ้มพระเพื่อใช้ในการคล้องคอ หรือ นำติดตัวไปเมื่อเวลาออกจากเคหะสถาน ยังไม่มีกรอบพระ ตลับพระ ที่เป็นมาตรฐาน ที่มีความแข็งแรงแบบปัจจุบัน นักนิยมพระในอดีตจึงใช้วิธีนำรักมาจุ่มผิวพระ เพื่อป้องกันพระสึกหรอชำรุด แล้วนำมาห่อผ้า คล้องคอ คล้องแขน หรือ ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ บางคนนำมาถักเชือก ถักลวดแล้วจึงคล้องคอ  ดังนั้นจึงบอกได้เลยว่า พระเครื่องที่มีการลงรักแทบทุกองค์ เป็นพระเก่าในอดีต

พระที่นำมาให้ชมองค์แรกนี้ เป็นพระที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ผ่านการลงรักปิดทองมาแต่โบราณ สภาพรักทองหลุดร่อนไปตามการเวลาเพียงเล็กน้อย และ อีกองค์เป็นปิดตาเลี่ยมทอง เป็นปิดตาสายชลบุรีเช่นกัน สวยสมบูรณ์มาก เรียกได้ว่าเป็นพระที่ผ่านการใช้งานน้อยมาก ปรากฏเส้นบังคับพิมพ์ชัดเจน จัดว่าเป็น พระปิดตาสายชลบุรี ที่สวยอีกองค์หนึ่ง และ หาชมได้อยากเลยทีเดียว

พระปิดตาลงรักปิดทอง สายชลบุรี

พระปิดตาลงรักปิดทอง สายชลบุรี
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง
พระปิดตาเนื้อผง หลังยันต์ข้าวหลามตัด หลวงพ่อแก้ว วัดหนองตำลึง ชลบุรี เลี่ยมทอง

พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช

พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก ปี 2499

พระผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม พิมพ์พระปิดตา บล็อกเข่าขีด วัดหอยราก เนื้อเก่า เข้ม สวยมาก เป็นพระกรุเก่าปี 99 ที่เด่นทางพุทธคุณล้ำเลิศ และมากด้วยประสบการณ์

หลวงพ่อเจิม อชิโต หรือ พระครูพิศาล วรเวทย์ อดีตพระเกจิผู้เรืองเวทย์แก่กล้าคาถาอาคม แห่งลุ่มน้ำปากพนัง ต.ปากพนังตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช , ในปี พ.ศ.2499 หลวงพ่อเจิม ได้ทำการปลุกเสกเดี่ยวมาตลอด จนถึงปี พ.ศ.2502 ได้มีการจัดทำพิธีอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง นำโดย หลวงพ่อเจิม และ พระเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวทย์แก่กล้าคาถาอาคม อาทิ หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน , หลวงพ่อแปลก วัดหูล่อง , หลวงปู่เขียว วัดหรงบน , หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน , หลวงพ่อมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ , หลวงพ่อจันทร์ วัดทุ่งเฟื่อง , หลวงพ่อสังข์ วัดดอนตรอ , หลวงพ่อคลิ้ง วัดถลุงทอง , หลวงพ่อจับ วัดบางจาก จำนวนการจัดสร้างตามพระธรรมขันต์ 84,000 องค์เท่านั้น

พระคาถา และ วิธีบูชา พระผงพรายสมุทร อชิโต พิมพ์ปรกโพธิ์ และ พระผงพรายสมุทร อชิโต พิมพ์ปิดตา ปี 2499 ของพ่อท่านเจิม มีดังนี้

ท่อง นะโม 3 จบ

ติวคะภะ  โธพุทนังสา  นุสมะวะเท  ถาสัตถิระ  สามะทัมสะ  ริปุโรตะ  นุตอะทูวิ  กะโลโตคะ  สุโนปันสัม  ณะระจะชา  วิชโธพุทสัมมา  สัมหังระ  อะวาคะภะ  โสปิติอิ

ทุกวันอังคาร และ วันเสาร์ เซ่นไหว้ด้วยอาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการบอกกล่าวแก่ดวงจิตวิญญาณในมวลสาร เนื่องจากพระผงพรายสมุทรนี้มีส่วนผสมของขี้เถ่าผงกระดูกผี , ให้จุดธูป 6 ดอก แล้วแบ่งปักลงในข้าว 1 ดอก , กับข้าว 1 ดอก และ ของหวาน 1 ดอก ส่วนในกระถางธูปปัก 3 ดอก แต่ถ้าไม่มีเวลา อย่างน้อยให้ทำได้ 1 ครั้งต่อเดือน และหมั่นทำบุญ สวดมนต์ ไหว้พระขอพร เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ในหน้าที่การงาน การค้าขายเจริญรุ่งเรือง มีคนรักใคร่เมตตา แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช

พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช
พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช
พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช
พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช

พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช
พระปิดตาผงพรายสมุทร หลวงพ่อเจิม วัดหอยราก นครศรีธรรมราช

พระผงโสฬสมหาพรม

ประวัติการสร้าง พระเนื้อผงโสฬสมหาพรหม

พระเนื้อผงโสฬสมหาพรหม เป็นผงพุทธคุณที่วิเศษ สุดยอดแห่งอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ มีคุณค่าต่อการนำมาสร้างพระเครื่อง โดยท่านอาจารย์ ปถม อาจสาคร อดีตสหกรณ์อำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง เป็นผู้รวบรวมผง เพื่อสร้างถวายแด่หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ อันเป็นที่มาของ “พระชุดผงโสฬสมหาพรหม” ซึ่งหาผู้ที่สำเร็จวิชา “โสฬสมหาพรหม” ได้ยากมาก นับเป็นวิชาที่มีความสลับซับซ้อน ต้องใช้ความเพียรพยายามในการลงด้วยอักขระตัวธรรม ( ขอมลาว ) เป็นกลยันต์ มีการลบถมเรียกสูตร อธิษฐานจิตปลุกเสกตามฤกษ์ตามยามมงคล โดยผู้ที่สำเร็จวิชาโสฬสมหาพรหม จะสามารถดลบันดาลให้เทพเทวะทั้ง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน 14 บาดาล 21 ชั้นพรหม ภควพรหม จนถึงพรหมสุทธาวาส ทุกพระองค์มาร่วมอนุโมทนาอำนวยพร

ผงวิเศษและวัตถุอาถรรพ์ที่นำมาผสมเพื่อสร้างพระชุดเนื้อผงโสฬสมหาพรหม มีดังนี้ :

  1. ผงวิเศษโสฬสมหาพรหม ของหลวงปู่ศรีทัต วัดท่าดอกแก้ว จ.นครพนม
  2. ผงวิเศษโสฬสมหาพรหม ของโยคีฮาเร็บ ( อาจารย์ชื่น จันทร์เพชร ) แห่งอินเดีย
  3. ผงนวโลกุตระ ของหลวงปู่สนธิ์ วัดท่าดอกแก้ว จ.นครพนม
  4. ผงโสฬสมงคลพิสดาล ของหลวงปู่เฮี้ยง วัดป่าอรัญญิกาวาส จ.ชลบุรี
  5. ผงนะปัดตลอดลอดใต้กระดาน ของหลวงปู่บุญมี วัดโพธิ์สัมพันธ์ จ.ชลบุรี
  6. ผงรัตนมาลา ของฤาษีสันตจิต หรือท่านเจ้าคุณพระอริยคุณาสาร ( เส็ง ปุสโส ) วัดเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น
  7. ผงเจ็ดจันทร์เพ็ญ ของพระอาจารย์วัง ฐิติสาโร แห่งภูลังกา
  8. ผงพรหมโลก ของพระอาจารย์วัง ฐิติสาโร แห่งภูลังกา
  9. ผงสัมพุทเธหงสา ของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร
  10. ผงสัตนาเค หมายถึงพญานาค 7 ตน หรือ 7 เศียร ใช้วิชาเลขกลในคัมภีร์ตรีนิสิงเห ตั้งสูตรทวาทศลงในกระดานลบผงวิเศษ เอา 7 คูณ 7 หาร ไดเศษตราไว้ เรียกยันต์ชักสูตรกลับไปให้เข้าอยู่ในรูป “องค์สัตนาเค” ถ้าสร้างเป็นองค์พระให้ปลุกเสกด้วยพระคาถา “บทภุชงค์บริพัตร”
  11. ใบลานจารึกอักษรใหญ่ ,ใบลานภาษาบาลี สันสกฤต ,ใบลานอักษรมอญ ,ใบลานจารึกอักษรธรรม 108 คัมภีร์ , ดินยอดดอยปราศจากการเหยียบย่ำ , ดินขุยปู 108 รูปู , ดินสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง , ข้าวสารดำจากกรุโบราณ , รังหมาล่าปิดปิดพระกรรณ , ไคลเสมา 8 ทิศ , กบิลว่านบดละเอียดเป็นผงทั้ง 108

12. ผงปถมัง  อิทธิเจ  ตรีนิสิงเห  มหาราช  ผงธาตุทั้ง 4 นำมาผสมเข้าด้วยกัน ผสมด้วยรักสมุก

 

พระผงโสฬสมหาพรหม พิมพ์พระปิดตา หลังแบบ(ผงคลุกรัก)
-พระผงโสฬสมหาพรหม พิมพ์นาคปรกใหญ่(ผงคลุกรัก) -พระผงโสฬสมหาพรหม พิมพ์พระสังกัจจายน์(ผงคลุกรัก) -พระผงโสฬสมหาพรหม พิมพ์นาคปรกใหญ่(ผงคลุกรัก)
-พระผงโสฬสมหาพรม พิมพ์วันทาเสมา หลังยันต์มหาสังกัจจายน์(ผงคลุกรัก)สร้างไม่เกิน 100องค์
พระผงโสฬสมหาพรหม พระนาคปรก สัตตะนาเค พิมพ์ใหญ่ -พิมพ์เล็ก ปี 2505 (ผงดำ) สร้าง 108 องค์ทั้งสองพิมพ์

หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

จำนวนการสร้างพระผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่

หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

– พระปิดตา พิมพ์บัวผุด :  สร้างขึ้นประมาณปี 2516 จำนวนสร้างประมาณ 22 องค์

– พระขุนแผนผงพรายกุมาร :  สร้างขึ้นประมาณปี 2516 มีด้วยกัน 2 พิมพ์ได้แก่ พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก

– พระสมเด็จไร่วารี :  สร้างขึ้นในปี 2517 มีด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่พิเศษ จำนวนการสร้างน้อย ไม่เกิน 100องค์  ส่วนพิมพ์เล็ก หลวงตาบางเป็นผู้สร้างมาถวายให้ หลวงปู่ทิมปลุกเสก  จำนวนการสร้างประมาณ 3,000 องค์

 พระชุดเนื้อผงผสมผงพรายกุมาร  

พระชุดเนื้อผสมผงพรายกุมาร มีสร้างด้วยกันหลายพิมพ์ดังต่อไปนี้

– พระปิดตา พิมพ์จัมโบ้   จำนวนสร้าง 26 องค์

– พระปิดตา ผสมผงพรายกุมาร พิมพ์ใหญ่  จำนวนสร้าง 96 องค์ มีด้วยกัน 2 ชนิดได้แก่

  • ชนิดโรยตะใบพระกริ่งชินบัญชร จำนวนสร้าง 48 องค์
  • ชนิดไม่โรยตะใบพระกริ่งชินบัญชร  จำนวนสร้าง 48 องค์

– พระปิดตาหลังยันต์ห้า  ฝังพลอย  จำนวนสร้าง 9,000 องค์

– พระปิดตาหลังยันต์ห้าเล็ก   จำนวนสร้าง 500 องค์ มีทั้งแบบหลังยันต์ห้า และ หลังยันต์เรียบ

– พระปิดตาหลังยันต์น้ำเต้า   จำนวนสร้าง 2,000 องค์ มีทั้งแบบฝังพลอย และ ไม่ฝังพลอย

– พระพิมพ์ใบโพธิ์รูปเหมือนเจ้าคุณนรฯ   วัดเทพสิรินทร์ฯ หลังยันต์น้ำเต้า จำนวนสร้าง 500 องค์

– พระพิมพ์สมเด็จหลังยันต์สาม ( ยันต์ใบพัด )  จำนวนสร้าง 5,000 องค์

– พระพิมพ์สมเด็จหลังยันต์ห้า (ยันต์กระบองไขว้ )   จำนวนสร้าง 5,000 องค์

– พระนาคปรกผงดำ วัดสุทัศน์   จำนวนสร้าง 600 องค์

– พระปิดตาจัมโบ้ (พิเศษ)  คุณประชา ตรีพาลัย สร้าง จำนวนสร้าง 16 องค์

– พระปางลีลาทุ่งเศรษฐี หลังฝังพลอย  จำนวนสร้าง 40 องค์

– พระผงสุพรรณ  หลังฝังพลอยโรยตะใบพระกริ่งชินบัญชร จำนวนสร้าง 40 องค์

– พระรอด  โรยตะใบพระกริ่งชินบัญชร จำนวนสร้าง 16 องค์

– พระกำแพง พลูจีบ  หลังฝังพลอย จำนวนสร้าง 30 องค์

– พระรูปเหมือนลอยองค์ พิมพ์สามเหลี่ยม  หลังยันต์ห้า ฝังพลอย จำนวนสร้าง 30 องค์ เนื้อหลังล็อกเก็ต รุ่นไหว้ครู ผสมเกศาหลวงปู่ทิม จำนวนสร้าง 2 องค์

– พระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่ง  เนื้อผงขาว หลังเรียบ จำนวนสร้าง 9 องค์

– พระพิมพ์เล็บมือ  (พิมพ์ท้ายตลาด) จำนวนสร้าง 69 องค์

– พระปิดตาพิมพ์เล็ก  (คะแนน) เนื้อผงหลังล็อกเก็ตไหว้ครู ผสมเส้นเกศาหลวงปู่ทิม จำนวนสร้าง 2-3 องค์

ขุนแผนผงพรายกุมาร วัดไร่วารี พิมพ์เล็ก หลวงปู่ทิม อิสริโก
ขุนแผนผงพรายกุมาร วัดไร่วารี พิมพ์เล็ก หลวงปู่ทิม อิสริโก
ขุนแผนผงพรายกุมาร ทรงพลใหญ่ หลวงปู่ทิม ปี 2510
ขุนแผนผงพรายกุมาร ทรงพลใหญ่ หลวงปู่ทิม ปี 2510
พระขุนแผนผงพรายกุมาร เนื้อดำ หลังฝังตะกรุดมหาปราบ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ปี15

พระปิดตา หลวงปู่โต๊ะ

มูลเหตุแห่งการเกิดพระปิดตา

พระปิดตา หรือ พระควัมบดี นั้น บางคนเข้าใจว่า มีพระปิดตาแล้วจะปิดโชคปิดลาภ  บ้านใดมีสตรีจะทำให้คลอดลูกยาก  ซึ่งเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จากความเป็นจริงอยู่มาก  จริงๆแล้ว พระปิดตานั้นนับเป็นปางหนึ่งขององค์ พระสังกัจจายน์ หนึ่งในอสีติมหาสาวก

พระสังกัจจายน์เป็นบุตรของพราหมณ์ปุโรหิตในกรุงอุชเชนี  ท่านผู้มีรูปร่างงดงาม ผิวเหลืองดุจทองคำ !!

พระสังกัจจายน์

ในสมัยพุทธกาล  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงยกย่องว่าท่านมีความเป็นเลีศด้วยปัญญา มากด้วยโภคทรัพย์  มีความสามารถในทางอธิบายธรรมให้เข้าใจโดยง่าย  จะเดินทางไปในถิ่นทุรกันดาร มักไม่ขาดแคลนอาหาร  แม้แต่ทวยเทพยังมาปรนนิบัติ  แต่ด้วยความงาม และ สติปัญญาอันเป็นเลีศ  มักมีการเข้าใจผิดว่า องค์พระสังกัจจายน์ นั้นเป็น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แม้แต่องค์สักกเทวราชผู้เป็นใหญ่ ในชั้นฟ้ายังหลงเข้าใจผิดกราบไหว้เป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า

พระสังกัจจายน์

เหตุที่ พระสังกัจจายน์ บิดเบือนร่างกายของท่านให้ทรามลง  กล่าวกันว่าเพราะ เศรษฐีโสเรยยะ หลงไหลความงามที่ได้พบเห็น พระสังกัจจายน์  มีจิตอกุศลคิดอยากให้ภรรยาตนมีผิวกายเช่นนี้บ้าง หรือ ไม่ก็ให้เป็นภรรยาเขาก็ดี  ในทันทีที่เศรษฐีโสเรยยะคิดอย่างนั้นเอง  บาปแห่งอกุศลจิตที่ขาดความคารวะได้บันดาลให้ เศรษฐีโสเรยยะ กลายเป็นเพศหญิงในทันที  เศรษฐีโสเรยยะมีความอับอายเป็นอย่างมาก จึงได้หนีไปยังเมืองตักกสิลา  กระทั่งมีบุตร 2 คน

ต่อมา  เศรษฐีโสเรยยะ ได้มาสารภาพความผิดที่ได้คิดอกุศลต่อองค์ พระสังกัจจายน์   เศรษฐีโสเรยยะ จึงได้กลับมาเป็นเพศชายดังเดิม

พระสังกัจจายน์ ได้เล็งเห็นว่า ความงามได้ทำให้คนหลงใหลเข้าใจผิด  ท่านจึงได้เข้านิโรธสมาบัติ  คือการดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง  ไม่เพ่งโทษผู้อื่น  อยู่ในเมตตาต่อมนุษย์ และ สัตว์ทั้งหลาย  ท่านได้สร้างอำนาจทางดวงจิตบังคับให้ร่างกายผิดไปจากรูปเดิม  ลำตัวสั้น  ท้องพลุ้ย  เตี้ยลง  ผิวพรรณก็คล้ำลง  ทรงปิดทวารทั้งเก้า  หู  ตา  จมูก  ปาก  ทวารหนัก  ทวารเบา  ไม่ยินดียินร้าย และ ปล่อยวางสิ่งทั้งมวล

พระปิดตา

โบราณาจารย์ ได้สร้างพระปิดตาซึ่งเชื่อว่าเป็นการเจริญรอยตามองค์ พระสังกัจจายน์ ที่อุดมไปด้วยเมตตา  โชคลาภ และ คงกระพันมหาอุด  คณาจารย์ทั้งหลาย ท่านได้ช่อนเร้นปริศนาธรรม ไว้ในพระปิดตา เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา แก่ผู้รู้รสแห่งธรรมโดยแท้

ด้านหลังขององค์พระปิดตาทั้งหลายมักจะลงอักขระ  พุทโธ  ซึ่งแปลว่า  ผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบาน หรือ ยันต์อุ  บน  อุ ล่าง  ยันต์เฑาะว์  ยันต์นะ  ยันต์อิติ  มะอะอุ  นะโมพุทธายะ  จะภะกะสะ  ฯลฯ  เพื่อความเข้มขลังขององค์พระปิดตาให้เพิ่มเป็นทวีคูณ

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ในปัจจุบัน พระปิดตาพิมพ์ใหญ่ วัดเครือวัลย์  มีการเช่าหากันในสนนราคาถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว !!!

พระปิดตา