พระขุนแผนผงพรายกุมาร

ความลับแห่งมนต์ขลัง-มวลสารว่านมหาเสน่ห์ ของพระขุนแผน

ผงพรายมหาภูติ

หัวใจสำคัญและมวลสารหลักที่ทำให้พระขุนแผนรุ่นนี้มีชื่อเสียงที่สุดคือ ผงพรายกุมารมหาภูติ ซึ่งเป็นผงที่หลวงปู่ทิม อิสริโก ได้มอบหมายให้ลูกศิษย์คนสำคัญคือ อาจารย์ชินพร สุขสถิตย์ เป็นผู้จัดหาและดำเนินการตามตำรา โดยนำอัฐิหรือกระดูกของเด็กที่เสียชีวิตวันเสาร์และเผาวันอังคาร (ตามตำราโหราศาสตร์โบราณถือเป็นวันที่แข็งและมีพลัง) มาเป็นมวลสารหลัก จากนั้นหลวงปู่ทิมได้ทำพิธีและปลุกเสกตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด

พระขุนแผน ผงพรายกุมาร

พุทธคุณของผงพรายกุมาร

พุทธคุณที่โดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์ของผงพรายกุมารคือ เมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ ที่รุนแรงและครอบจักรวาล เชื่อกันว่าผงพรายกุมารมีพลังดึงดูดผู้คนให้เข้ามารักใคร่เอ็นดู มีเสน่ห์ต่อผู้ที่พบเห็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเด่นด้าน โชคลาภ และ ค้าขาย ทำให้เป็นที่แสวงหาของผู้คนทั่วไป นักสะสม เซียนพระ ผู้ที่ทำธุรกิจการค้าขาย…

พระขุนแผน ผงพรายกุมาร


🌿 การเสริมพุทธคุณด้วยว่านยา และการกำเนิดเนื้อสีต่าง ๆของพระขุนแผน ผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม

นอกจากผงพรายกุมารแล้ว หลวงปู่ทิมยังได้ผสมมวลสารจากธรรมชาติและว่านยาต่าง ๆ เข้าไปด้วย ซึ่งมวลสารเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนผสมให้จับตัวเป็นเนื้อพระเท่านั้น แต่ยังเป็นการ เสริมพุทธคุณเฉพาะด้าน และเป็นสาเหตุที่ทำให้เนื้อพระมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป

พระขุนแผน ผงพรายกุมาร

1. ว่านดอกทอง (เนื้อสีเหลือง)

ว่านดอกทอง ถือเป็นว่านทางมหาเสน่ห์อย่างแท้จริง การนำน้ำว่านหรือผงว่านดอกทองมาผสม ทำให้เนื้อพระมีสีออก สีเหลือง หรือ สีเหลืองนวล พุทธคุณของเนื้อสีนี้จึงถูกเน้นหนักไปในด้าน มหาเสน่ห์ และ ราคะ คือมีความรุนแรงในการดึงดูดเพศตรงข้าม ผู้คนเห็นแล้วเมตตาหลงใหล เจรจาค้าขายคล่องตัวเป็นพิเศษ

พระขุนแผน ผงพรายกุมาร

2. ว่านเถาวัลย์หลง (เนื้อสีเขียว)

ว่านเถาวัลย์หลง เป็นอีกหนึ่งว่านสำคัญทางด้าน เมตตา มหานิยม ตามชื่อของว่าน คือผู้คนเห็นแล้วจะรัก หลงใหล คล้อยตาม การผสมว่านเถาวัลย์หลงทำให้เนื้อพระมีสีออก สีเขียว พุทธคุณของเนื้อนี้จึงเน้นไปที่การ เจรจา มหาละลวย และการงานที่ต้องติดต่อผู้คนให้เกิดความสำเร็จลุล่วง

พระขุนแผน ผงพรายกุมาร

3. ปูนกินหมากและว่านสบู่เลือด (เนื้อสีแดง-ชมพู)

  • ปูนกินหมาก ที่หลวงปู่ทิมฉัน เป็นมวลสารสำคัญที่ใช้ประสานเนื้อพระ การผสมปูนกินหมากทำให้เนื้อพระมีสีออก สีแดง หรือ สีแดงอมชมพู พุทธคุณเน้นด้าน เมตตา โชคลาภ และความเป็นสิริมงคลตามตำราโบราณ

  • นอกจากนี้ ยังมี ว่านสบู่เลือด ซึ่งเป็นว่านที่มีสรรพคุณทางด้าน คงกระพันชาตรี และเมื่อนำมาผสมจะได้เนื้อพระออกเป็น สีชมพู อ่อน ๆ เนื้อนี้จึงเป็นเนื้อพิเศษที่เสริมพุทธคุณด้านการป้องกันภัยควบคู่ไปกับเมตตา

  • พระขุนแผน ผงพรายกุมาร

4. ว่านไพรดำ (เนื้อสีดำ)

ว่านไพรดำ มีคุณทางด้าน คงกระพันชาตรี และ มหาอุด ตามความเชื่อโบราณ การผสมน้ำว่านไพรดำเข้าไปในมวลสารจะทำให้เนื้อพระมีสีออก สีดำ เนื้อสีนี้จึงโดดเด่นในการ คุ้มครองป้องกันภัย แคล้วคลาดจากอันตรายและอาวุธต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเสริมความเข้มขลังด้านการป้องกันให้กับผู้บูชา

พระขุนแผน ผงพรายกุมาร

5. เนื้อสีพิเศษหายาก (สีฟ้า, สีม่วง)

นอกจากเนื้อหลักแล้ว ยังมีการสร้างเนื้อสีพิเศษที่สร้างน้อยและหายาก เช่น สีฟ้า ที่เชื่อว่าผสม น้ำครามธรรมชาติ และ สีม่วง ที่เชื่อว่าผสม น้ำดอกอัญชัน เนื้อเหล่านี้จัดเป็นเนื้อพิเศษที่เน้นความหายาก และเชื่อว่ามีพุทธคุณด้าน เมตตา มหานิยม เช่นกันตามเจตนาเดิมของการสร้างพระขุนแผน

พระขุนแผน ผงพรายกุมาร


แม้ว่าพระขุนแผนผงพรายกุมารทุกองค์จะมีพุทธคุณด้าน เมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ เป็นหลักจาก ผงพรายกุมารมหาภูติ แต่การเลือกใช้มวลสารว่านยาที่มีสีสันแตกต่างกัน ก็ช่วยเสริมพุทธคุณในด้านเฉพาะทาง เช่น เสน่ห์จัดจ้าน (สีเหลือง/ดอกทอง) หรือคงกระพัน (สีดำ/ไพรดำ) ทำให้พระรุ่นนี้มีความสมบูรณ์และครบถ้วนในด้านพุทธคุณหรือเรียกได้ว่าครอบจักรวานก็ว่าได้

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก องค์ครู ฝังตะกรุดทองคำ

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ฝังตะกรุดทองคำ องค์ครู

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก องค์ครู ฝังตะกรุดทองคำ ถ้าจะให้เล่า ขอบอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่พระเครื่อง แต่เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ เป็นที่สุดของที่สุดแล้วจริงๆ

ตำนานที่ไม่ใช่แค่เรื่องเล่า

พระขุนแผนผงพรายกุมาร พิมพ์ธรรมดาที่ไม่ได้ฝังตะกรุดก็ว่ากันว่าเป็นสุดยอดของพระเครื่องยุคหลังกึ่งพุทธกาลแล้ว แต่สำหรับ องค์ครูฝังตะกรุดทองคำ ขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลย เพราะไม่ได้หาเจอกันง่ายๆ เหมือนเดินไปซื้อของในตลาด เพราะหลวงปู่ท่านสร้างไว้ไม่กี่องค์เท่านั้นเอง

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก องค์ครู ฝังตะกรุดทองคำ

มีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ตอนที่หลวงปู่ทิมท่านสร้างพระชุดนี้ ท่านได้ตั้งใจบรรจงสร้างเป็นพิเศษ โดยเฉพาะองค์ครูที่ฝังตะกรุดทองคำ ท่านได้พิจารณาแล้วก่อนที่จะนำตะกรุดทองคำที่ลงอักขระและปลุกเสกอย่างเข้มขลังมาฝังไว้ในองค์พระ มันไม่ใช่แค่การฝังตะกรุดเฉยๆ แต่มันคือการใส่หัวใจ ใส่จิตวิญญาณแห่งความเมตตาและอิทธิฤทธิ์ลงไปในพระแต่ละองค์อย่างแท้จริง

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก องค์ครู ฝังตะกรุดทองคำ

ทำไมถึงหายากและน่าสะสมจนราคาวิ่งไปไกลลิบ?
พระขุนแผนผงพรายกุมาร องค์ครู ฝังตะกรุดทองคำ ทำไมถึงหายากและน่าสะสมมากขนาดนี้ ขอแบ่งเป็นข้อๆ ให้รู้กัน

จำนวนการสร้างที่น้อยมาก: อย่างที่บอกไปตอนแรก องค์ครูฝังตะกรุดทองคำมีจำนวนที่น้อยสุดๆ ว่ากันว่าอยู่ที่หลักร้อยองค์ด้วยซ้ำไปในพิมพ์ใหญ่ แล้วลองนึกดูว่าพระที่สร้างน้อยขนาดนี้ จะหาเจอได้สักกี่องค์ที่ยังสวยสมบูรณ์อยู่ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ พระก็ยิ่งร่อยหรอและหมุนเวียนเปลี่ยนมือไปมากเท่านั้น ทำให้การตามหาพระที่แท้และทันยุคยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก องค์ครู ฝังตะกรุดทองคำ

มวลสารที่ทรงคุณค่า: มวลสารหลักของพระขุนแผนรุ่นนี้คือ ผงพรายกุมาร ที่เป็นสุดยอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่ทิมท่านสร้างและปลุกเสกเอง มีพุทธคุณโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และค้าขาย ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พระพิมพ์นี้เป็นที่ต้องการของคนทุกวงการ

ตะกรุดทองคำที่ทรงพลัง: องค์ครูที่มีการฝังตะกรุดทองคำจะยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และพุทธคุณให้สูงขึ้นไปอีก เพราะตะกรุดทองคำแต่ละดอกล้วนผ่านพิธีกรรมปลุกเสกอย่างเข้มข้นจากหลวงปู่ทิมมาแล้ว ทำให้องค์พระมีพุทธานุภาพที่สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านเมตตา มหาเสน่ห์ และแคล้วคลาดปลอดภัย

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก องค์ครู ฝังตะกรุดทองคำ

ประสบการณ์ที่เล่าขานกันไม่รู้จบ: คนบ้านค่าย หรือคนระยองส่วนใหญ่ที่ได้บูชาพระขุนแผนหลวงปู่ทิมมักจะมีประสบการณ์ตรงกันในเรื่องของความเมตตามหานิยมและโชคลาภอย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องราวเหล่านี้ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ความศรัทธาที่มีต่อพระชุดนี้ไม่เคยจางหายไปเลย

พระขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม องค์ครูฝังตะกรุดทองคำ เหมือนเพชรในตมที่ส่องประกายแสงออกมาไม่รู้จบ ไม่ใช่แค่พระเครื่องที่เอาไว้แขวนคอ แต่เป็นมรดกทางพุทธศิลป์และพุทธคุณที่ทรงคุณค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ถ้าใครได้ครอบครองไว้ บอกเลยว่านอกจากจะเป็นบุญวาสนาแล้ว ยังเป็นการได้บูชาวัตถุมงคลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและบารมีของหลวงปู่ทิม อิสริโก อย่างแท้จริง.

วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง

ประวัติวัดละหารไร่ จังหวัดระยอง

วัดละหารไร่ ผู้เต่าผู้แก่เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อปลายปี 2309 พระยาตาก นำไพร่พลมากกว่า 500 คน ตีฝ่าวงล้อมกองทัพพม่ามุ่งมายังชายฝั่งทะเลตะวันออก มาพักทัพที่ทุ่งละหารใหญ่ ได้นำช้างศึก 3 เชือกและม้าศึก ลงอาบน้ำในบึงใหญ่ตรงบริเวณที่มีน้ำซึมและเย็นตลอดปีเรียกว่า หล่มน้ำเย็นหรือวังสามพระยา

เมื่อปี พ..2530 จังหวัดระยองได้ประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่วังสามพญา เพื่อนำไปร่วมพิธีเทวาภิเษกในพระอุโบสถวัดแก้ว จังหวัดระยองได้ทำเอกสารประกอบ พิธีการตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่า :

วัดละหารไรได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.. 2354 โดยหลวงพ่อสังข์เฒ่า รองเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ สมัยนั้นมีพื้นที่ว่างเปล่าฝั่งตรงข้ามวัดละหารใหญ่ทางด้านเหนือเป็นจำนวนมากเป็นทำเล เหมาะกับการปลูกพืชผัก พระสงฆ์วัดละหารใหญ่จึงมาสร้าง กุฎิ ปลูกพืชผักไว้ฉัน ต่อมาก็มีผู้คนเข้ามาหาหักร้างถางพงมากขึ้นได้มีการก่อสร้างกุฏิขึ้น มีพระสงฆ์จำพรรษามากขึ้น จากที่เรียกว่าไร่วัด ก็เปลี่ยนเป็นวัดไร่หรือวัดไร่วารี มีหลวงปู่สังข์เฒ่าผู้มีอาคมแก่กล้าเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาคุณพ่อเฒ่าจันทร์เจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่มรณภาพลง หลวงพ่อสังข์เฒ่าจึงกลับไปเป็นเจ้าอาวาส วัดละหารใหญ่ ส่วนวัดละหารไร่มีหลวงพ่อแดง หลวงพ่อเกิด หลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อจ๋วม เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมาตามลำดับ ต่อมาหลวงพ่อจ๋วมได้ลาสิกขา ตำแหน่งเจ้าอาวาสจึงว่างลงพอดีกับหลวงปู่ทิม เดินทางกลับมาอยู่ที่วัดละหารไร่ ชาวบ้านจึงนิมนต์ ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ประมาณปี 2450 จนถึงกาลมรณภาพเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2518.

วัดละหารไร่ จังหวัดละยอง

เหรียญเสมา 8 รอบ เนื้อทองแดง โค้ด นะ หลวงปู่ทิม

บารมีหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง

ปาฏิหาริย์น้ำมนต์เดือด

เมือราวปี พ.ศ. 2511 ที่วัดตะพงนอก อ.เมือง จ.ระยอง ได้มีพิธีปลุกเสกพระ เครื่องรางของขลัง หลวงพ่อจันทร์ เจ้าอาวาสวัดตะพงนอก , ในพิธีได้นิมนต์เกจิอาจารย์มาหลายรูปด้วยกัน และหลวงปู่ทิมก็ได้รับนิมนต์ด้วย หลังจากเริ่มพิธีปลุกเสก หลวงพ่อต่างๆ ก็ได้ทำพิธีปลุกเสก และในพิธีนี้ อาจารย์รัตน์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ได้นำโอ่งใส่น้ำมนต์มาตั้งไว้ และนิมนต์หลวงปู่ทิมทำการปลุกเสกนำ้มนต์เพียงองค์เดียว ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พอหลวงปู่ลงมือปลุกเสกน้ำ ปรากฏว่าน้ำมนต์ ที่อยู่ในโอ่งใหญ่ครึ่งโอ่ง ได้เดือดและค่อยๆทวีความสูงขึ้น ท่ามกลางความอัศจรรย์ของผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก ปรากฏว่าหลังจากพิธีแล้วเสร็จ น้ำมนต์ได้ถูกชาวบ้านแย่งเอาไปจนหมดสิ้น.

หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

ถ่ายภาพหลวงปู่ไม่ติด ถ้าไม่ขออนุญาต

เมื่อคราวปลุกเสกของที่วัดพลา จ.ระยอง หลวงปู่ทิมได้รับนิมนต์ไปร่วมในพิธีด้วย มีช่างภาพหนังสือพิมพ์ ไปถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหลวงปู่ก่อน ปรากฏว่ากดชัตเตอร์เท่าไหร่ๆ ชัตเตอร์ก็ไม่ทำงาน แต่พอนึกได้จึงเข้าไปขออนุญาต ก็ถ่ายติดภาพชัดเจน.

ตะกรุดเนื้อทองแดง โค้ดเลข3

ตะกรุดเนื้อทองแดง โค้ดเลข3 หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

เสกตะกรุดใต้น้ำ ที่มหัศจรรย์

คุณป้าอยู่ งามศรี บ้านอยู่ใกล้กับวัดละหารไร่ และเป็นหลานของหลวงปู่ทิม ป้าได้เล่าให้ฟังว่า สมัยหลวงปูทิมอายุประมาณ 60-70 ปี เวลาท่านทำตะกรุด ท่านจะลงไปทำใต้น้ำ โดยถือตะกรุดแล้วเดินลุยน้ำลงไปจากศาลาหน้าวัด มีผู้เห็นกันหลายคน เมื่อหลวงปู่ทิมทำตะกรุดเสร็จ เดินลุยน้ำขึ้นมา ทุกคนต่างประหลาดใจ เพราะเนื้อตัวและจีวรของหลวงปู่ หาได้เปียกน้ำไม่.

เหรียญเจริญพรบน

เสกตะกรุดลอยได้ อย่างน่าอัศจรรย์

ท่านอาจารย์รัตน์ เจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก อ. บ้านค่าย จ.ระยอง เคยเล่าว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่มีพลังจิตกล้าแข็งมาก สามารถเสกตะกรุดให้ลอยได้ ท่านเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ได้นิมนต์พระอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดระยองมา 4 รูปด้วยกัน มี หลวงพ่อหอม หลวงพ่ออ่ำ หลวงพ่อชื่น และหลวงปู่ทิม , ให้หลวงพ่อที่มาทั้ง 4 รูป นำตะกรุดสาริกามาด้วย แล้วนำลงใส่บาตร แล้วให้หลวงพ่อทั้ง 4 องค์นั่งล้อมรอบบาตร และขอให้ทุกองค์เรียกตะกรุดให้ลอยให้ลอยขึ้นมาจากบาตร , หลวงพ่อหอม เป็นผู้เรียกก่อน โดยนั่งบริกรรมอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมา   จากนั้นหลวงพ่ออ่ำ และหลวงพ่อชื่น ก็ได้นั่งบริกรรมทำนองเดียวกัน ตะกรุดก็ไมยอมลอยขึ้น   จนถึงหลวงองค์สุดท้ายคือหลวงปู่ทิม ท่านนั่งบริกรรมอยู่สักครู่ ก็ปรากฏว่าตะกรุดลอยขึ้นมาจากก้นบาตร  หลวงพ่อหอมและท่านอาจารย์รัตน์ เจ้าอาวาสวัดหนองกระบอก เห็นเช่นนั้น ก็ตกใจและบอกว่า ขอให้ช่วยทำให้วิ่งรอบๆบาตร ท่ามกลางความตะลึงของพระสงฆ์ และเป็นที่โจษขานกันจนถึงปัจจุบัน…

เหรียญห่วงเชื่อม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ปี 17

*เหรียญเจริญพรของหลวงปู่ทิมนี้แบ่งเป็น เนื้อทองคำ 16 เหรียญ เป็นเหรียญเจริญพรล่างทั้งหมด ตอกโค๊ดไว้ที่ซอกแขน ด้านหลังตอกเลขไทย ๑-๑๖ หลวงปู่จารมือเองทุกเหรียญ.

*เนื้อเงินมี 2 ชนิด เจริญพรบน 72 เหรียญ และเจริญพรล่าง 271 เหรียญ ตอกโค๊ด ท ไว้ที่ฐานสิงห์ ด้านหลังตอกเลขไทย ๑-๓๔๓.

*เนื้อนวโลหะ เป็นเจริญพรบน ทั้งหมด 1166 เหรียญ ตอกโค๊ด ท ไว้ที่สังฆาฏิบริเวณหน้าอก ด้านหน้าตอกเลขไทย ๑-๑๑๖๖ (มีเหรียญชำรุด 28 เหรียญ)

*เนื้อทองแดง สร้างจำนวน 15,895 เหรียญ เป็นเจริญพรล่าง 9,000 เหรียญ รมดำทุกเหรียญ , เจริญพรบน 6,895 เหรียญ ไม่มีการรมดำ , เนื้อทองแดงตอกโค๊ด ท ไว้ที่สังฆาฏิบริเวณหน้าตัก ไม่มีการตอกเลขไทยกำกับ แต่ได้มีการตอกโค๊ด ท ผิดไป 400 เหรียญ เนื่องจากช่างรีบ เพราะหลวงปู่ทิมท่านได้ไว้ว่า ต้องให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ช่างเลยเข้าใจผิดคิดว่าเนื้อทองแดงเป็นเนื้อนวโลหะ

*เนื้อชินตะกั่ว 400 เหรียญ บางเหรียญตอกโค๊ด ท ไว้ที่บริเวณสังฆาฏิ , บางเหรียญตอกโค๊ดเลขไทย ๙ ไว้ที่ใต้ฐาน(ที่ตอกโค๊ดเลข ๙ ตั้งใจจะแจกกรรมการ แต่ภายหลังก็ได้นำออกบูชาจนหมด) เหรียญเจริญพร รุ่น แจกกรรมการ เนื้อทองแดงได้ตอกโค๊ด ท ไว้ที่ชายสังฆาฏิ , ตอกเลขไทย ๙ ไว้ที่ฐานมี 800 เหรียญ หลวงปู่ทิมท่านกล่าวไว้ว่า “เหรียญเจริญพรนี้มีดีด้านเมตตามหานิยม” และท่านได้เมตตาปลุกเสกเป็นเวลานานถึง 7วัน7คืน.

 คาถาบูชาพระเครื่องหลวงปู่ทิม อิสริโก

ตั้งนะโม 3 จบ

อิติสุคะโต อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อะนัตตา พุทโธ พุทโธ

( 3 จบ ).

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

เหรียญเจริญพรบน เนื้อทองแดง โค้ด ท หลวงปู่ทิม

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ เนื้อกระยาสารท หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ 

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง เนื้อกระยาสารท หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง

พระเครื่องหลวงปู่ทิมนั้นมีอยู่หลากหลายพิมพ์ หลายแบบ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลออกมามากมาย ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพื่อแจกให้แก่ลูกศิษย์และผู้ที่มาทำบุญช่วยบูรณะวัดละหารไร่ .

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

นอกจากพระขุนแผนผงพรายกุมารเนื้อต่างๆ ที่สร้างจากวัดละหารไร่โดยตรงแล้ว หลวงปู่ทิม ท่านยังได้นำมวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆจากพระเกจิอื่นๆที่มีวิชา และ อภิญาสูงยิ่ง เช่น หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง – ว่ากันว่าที่วัดกระบกขึ้นผึ้ง จ.ระยองนั้น โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีในนาม สีผึ้งเขียวเกี้ยวสาว ของหลวงพ่อทาบ สีผึ้งของท่านสร้างจากสมุนไพรธรรมชาติที่หาได้ภายในเขตวัด ลักษณะสีผึ้งจะมีสีเขียวเข้ม มีพุทธคุณทางด้านเมตตา มหาเสน่ห์ ดีเยี่ยมยอด.

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

เนื่องด้วยหลวงปู่ทิม ท่านได้ร่วมกับหลวงพ่อทาบสร้างพระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียวจากวัดกระบกขึ้นผึ้งที่เสกโดย หลวงปู่ทาบ ยิ่งทำให้พระขุนแผนผงพรายกุมารชุดนี้ เป็นสุดยอดทางด้านเมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ ช่วยให้เจรจาค้าขายดี แคล้วคลาดปลอดภัย จากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง.

มวลสารใช้สร้างพระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว 

มวลสารที่ใช้สร้างพระชุดนี้หลักๆคือข้าวสารตำหยาบ ในการสร้างกดพิมพ์ ทำให้เนื้อพระดูขรุขระคล้ายขนมกระยาสารท ซึ่งยังมีข้าวบางเม็ดที่ยังไม่แตกหักโผล่ในองค์พระ ที่มองเห็นเป็นเม็ดข้าวอย่างชัดเจน มวลสารที่ขาดไม่ได้คือผงพรายกุมาร และสีผึ้งเขียวของหลวงปู่ทาบนั่นเอง  พระองค์นี้มีความพิเศษคือฝังตะกรุดสาริกาคู่ไว้ด้านหลังด้วย.

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ องค์จริงจะมีความชุ่มชื้นตลอดเวลา ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว ด้วยมวลสารสีผึ้ง องค์พระก็ไม่เหือดแห้งแต่อย่างใด.

พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
พระขุนแผนผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้งเขียว หลวงพ่อทาบ - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่