ปั้นเหน่ง เครื่องรางอาถรรพ์

ปั้นเหน่ง มาจากคำว่า ปันดิง หรือ ปันเดง ในภาษาชวาหมายถึงเครื่องรางประดับเอวจำพวกหัวเข็มขัด ถือเป็นอาภรณ์อย่างหนึ่งที่มีหัวโลหะฉลุลวดลายงดงามประดับของมีค่า มีสายคาดประดับไว้ที่เอว ทำให้เห็นว่าเป็นเข็มขัด จึงแปลกันว่า เข็มขัด แต่ถ้าตริตรองให้ชัด คำว่าเข็มขัด กับคำว่าเครื่องประดับเอว ที่ใช้เป็นอาภรณ์นั้นมีในต่างกัน ในบทความถ้าชมปั้นเหน่ง ก็มักชมหัวที่เป็นโลหะฉลุเป็นส่วนใหญ่.

สำหรับปั้นเหน่งในไทยนั้น ตามตำนานเล่ากันว่า สมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งที่แม่นาคออกอาละวาดหลอกหลอนผู้คนอย่างหนัก โดยเฉพาะที่สี่แยกมหานาค(ในปัจจุบัน) ทำให้สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ได้มาทำการสะกดวิญญาณความเฮี้ยน และเจาะกระโหลกผีแม่นาคเอามาขัดจนมัน ลงอักขระอาคม ทำเป็นปั้นเหน่งคาดเอว ซึ่งหลังจากนั้นได้นำปั้นเหน่งไปเก็บรักษาไว้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม ครั้นเมื่อท่านชราภาพมากแล้ว ได้มอบปั้นเหน่งกระดูกหน้าผากแม่นาคนั้นไว้กับหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ ซึ่งในภายหลังท่านได้เป็นหม่อมเจ้าสมเด็จพุฒาจารย์(ทัต) ต่อมาท่านได้ประทานปั้นเหน่งแม่นาคให้กับหลวงพ่อพริ้ง หรือพระครูวิสุทธิ์ศิลาจารย์ แห่งวัดบางปะกอก และภายหลังได้นำเอาปั้นเหน่งแม่นาคนั้นมาถวายแด่ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในเวลาต่อมาก่อนที่ปั้นเหน่งดังกล่าวถูกเปลี่ยนมือไปอีกหลายทอด และได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย.

การสร้างปั้นเหน่ง

สำหรับปั้นเหน่งของทางล้านนานั้น เป็นเครื่องรางของชาวไทยใหญ่ที่อาศัยในแผ่นดินล้านนาสร้างไว้เมื่อหลายร้อยกว่าปีมาแล้ว การสร้างปั้นเหน่งตามตำราต้องใช้กะโหลกของผีที่ตายโหงเช่น ตายท้องกลม ถูกฟ้าผ่าตาย… รวมถึงการเลือกเอากะโหลกของผู้ที่ดวงแข็ง อย่างประเภทที่เป็นเสือเป็นโจรเก่ามาทำ จึงจะถูกต้องตามตำราคือมีความเข้มขลังนั่นเอง.

การสร้างปั้นเหน่งไม่ได้ทำง่ายๆ หนึ่งหัวจะทำปั้นเหน่งได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ผู้สร้างจึงต้องมีวิชาอาคมที่กล้าแกร่ง และปลุกเสกให้ถูกฤกษ์ยามตามตำรา  การสร้างปั้นเหน่งนั้น ถ้าเป็นปั้นเหน่งจากศรีษะคนจะเลือกเอาเฉพาะส่วนหน้าผากมาทำ(ก็มีบ้างที่ไม่ใช่ปั้นเหน่ง แต่เป็นเครื่องรางสายเดียวกันที่ใช้กะโหลกสัตว์ หรือ กะดองเต่ามาทำ แต่ก็พิจารณาแยกได้ว่า ชิ้นไหนทำจากกระดูกของสัตว์) เมื่อนำมาใช้เป็นเครื่องราง.

ตามความเชื่อชาวล้านนา และผู้ที่ชื่นชอบเครื่องรางต่างรู้ดีว่า ปั้นเหน่งนั้นเป็นของดีที่ใช้ได้หลายทางเช่น :

– พกไว้ติดตัวจะช่วยให้แคล้วคลาด มหาอำนาจ และเมตตามหานิยม

– อฐิษฐานพกไว้เมื่อเดินทาง จะทำให้ปลอดภัย เพราะเชื่อว่ามีวิญญาณเจ้าของกะโหลก และเทพ หรือยักษ์ที่ผู้สร้างได้เชิญมาสถิตย์ เพื่อปกปักรักษาผู้ที่ได้ครอบครอง

– เก็บบูชาไว้กับบ้านเรือน ช่วยเจ้าของบ้านทำมาหากิน ให้โชคลาภ ช่วยดูแลบ้านให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย

– ป้องกันคุณไสย ตลอดจนภูติผีปีศาจ และสัตรูหมู่มารที่คิดร้าย

จงอธิษฐานขอในเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่เกินกรรม เช่น การเจรจา ค้าขาย การขอโชคลาภ เป็นต้น…

สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ผู้มีปั้นเหน่งไว้ครอบครอง ไม่ควญลืมเรื่องการหมั่นทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าของกะโหลก เทพยาดา หรือยักษ์ที่สิงสถิตย์ในปั้นเหน่ง ตลอดจนดวงวิญญาณของครูบาอาจารย์ผู้สร้าง ถ้าทำได้ตามนี้เชื่อว่าท่านจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองชั่วกาลนานตลอดไป.

สุดยอด เครื่องรางของขลัง พร้อมอิทธิปฏิหาริย์ที่ได้รับการกล่าวขานถึง คือ ผู้ใดได้บูชา ย่อมเป็นสิริมงคล นำความสำเร็จ ร่ำรวย รุ่งเรือง สู่ชีวิต.

สนใจสอบถาม LINE ID : 0613608638

 

กุมารทองเรืองฤทธิ์ อาจารย์เวส ไหว้ครู ปี 55

ก่อนตัดสินใจเลี้ยงกุมารทอง

กุมารทองถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์  เป็นเครื่องรางของขลังที่สามารถดูแล และให้โชคลาภเราได้ แต่ทุกอย่างมีดีย่อมมีเสีย เพราะฉะนั้นเราต้องตรองดูให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจ…

กุมารทอง พระอาจารย์แว่น วัดป่าประชาสามัคคีธรรม กาฬสินธุ์
– เราจะต้องคิดก่อนว่า เราจะเลี้ยงเขาเพื่ออะไร ใช่เพียงแค่ว่าต้องการให้เขามากระโดดโลดเต้นเหมือนในละครหรือในหนัง ก็ไม่ควรเลี้ยง
– คุณพร้อมที่จะดูแลและเลี้ยงเขาหรือเปล่า  สถานที่บ้านช่องของเราพร้อมไหม  กำลังเงินมีพอซื้อของเซ่นไหว้ถวายหรือเปล่า  ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ควรเลี้ยง
– การเลี้ยงกุมารนั้น เรื่องสัจจะเป็นสำคัญ บอกว่าให้กินตอนไหนก็ต้องให้กินตอนนั้น  จะให้อะไรก็ต้องอย่างนั้น จึงจะศักดิ์สิทธิ์
– เมื่อตัดสินใจจะเลี้ยงกุมารทอง ใจจริงแล้วเราต้องการจะเลี้ยงกุมารทอง หรือ พราย หรือ ตุ๊กตาทอง
– เมื่อได้คำตอบกับตัวเอง ให้คุณศึกษาหาวัด หรือสำนักที่มีการสร้างเสกกุมารขึ้นมา ที่สำคัญเราต้องศรัทธาในอาจารย์ผู้สร้าง และองค์กุมารทองที่บูชานั้นด้วย เพราะศรัทธาเป็นแรงที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์
– ศึกษาวิธีการบูชาของแต่ละสำนักที่เราจะนำกุมารทองมา เพื่อความศักดิ์สิทธิ์และถูกต้องนั่นเอง.
กุมารทอง เนื้อดิน หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม
กุมารทอง หลวงพ่อสังข์ทอง วัดป่าเทพารักษ์ ขอนแก่น

กุมารทอง อาจารย์เทพ พงศาวดาร ปี 56
กุมารทอง อาจารย์เทพ พงศาวดาร ปี 2556
กุมารทองเจ้าสัว ครูบาออ พระธาตุดอนจอมแวะ เชียงใหม่
กุมารเทพเนื้อนวโลหะ ปี 54 อาจารย์ประสูติ รุ่นแรก ลูกกรอกพรายเพิ่มทรัพย์ พระอาจารย์สมชาติ ปี56
พระขุนแผนหลังกุมารทอง หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม
พระขุนแผนหลังกุมารทอง หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม

สนใจสอบถาม LINE ID : 0613608638

 

การสร้างกุมารทอง

ในยุคปัจจุบันสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนามากขึ้น ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริงๆได้  จึงมีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดินเจ็ดป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนบ้าง หรือไม้รักยมบ้าง ไปจนถึงโลหะมาสร้างเป็นรูปกุมารทอง แล้วปลุกเสกตั้งจิต ตั้งธาตุ 4 และเรียกอาการ 32 ให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา.

กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55

กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปปั้นเด็ก ลักษณะเป็นเด็กที่ไว้ผมจุก นุ่งโจมกระเบนอย่างโบราณ  กลายเป็นเครื่องรางของขลัง  เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น.

กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55

วิธีบูชากุมารทอง

ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวง และต้องเรียกให้กินข้าวด้วย   กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดี กุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของ และครอบครัวจากสิ่งต่างๆ ที่ไม่ดีทั้งหลายได้  ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย  และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย.

กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55
กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55
กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55
กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55
กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55
กุมารทองร่ายมนต์ เจ้าทรัพย์ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ ปี 55
พระอาจารย์ ชอ วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา พระอาจารย์ ชอ สุชีโว วัดหนองแสง จ.ฉะเชิงเทรา