ประวัติและวัตถุมงคล หลวงปู่จันทร์ ขันติโก วัดโฉลกหลำ เกาะพะงัน

หลวงปู่จันทร์ ขันติโก หรือนามเดิม จันทร์ จันทร์อินทร์ อดีตเจ้าอาวาสวัดโฉลกหลำ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์สายใต้ผู้ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวัตถุมงคลที่เปี่ยมล้นด้วยพุทธคุณแห่งเมตตามหานิยมและมหาเสน่ห์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ขุนแผนเมืองใต้”
ชาติภูมิและปฐมวัย
หลวงปู่จันทร์ ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๑๐ ปีชวด พ.ศ. ๒๔๔๓ ณ บ้านมะเดื่อหวาน ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นบุตรของนายครบและนางทองดี จันทร์อินทร์ มีเรื่องราวเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ตอนท่านคลอดนั้น ท่านเอาเท้าออกก่อน ซึ่งเป็นนิมิตหมายตามความเชื่อโบราณถึงผู้มีบุญญาธิการและมีวิชาอาคมแก่กล้า ด้วยเหตุนี้ ในเวลาต่อมาชาวบ้านจึงมักมาขอให้ท่านช่วยแก้ก้างปลาติดคอ โดยให้ท่านเอาหัวแม่เท้าจุ่มน้ำทำเป็นน้ำมนต์ให้ดื่ม ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์เสมอมา
เมื่ออายุได้ประมาณ ๑๓ ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดมะเดื่อหวาน โดยมี **หลวงพ่อเพชร วชิโร (พระครูวิบูลย์ธรรมสาร)** แห่งวัดเขาน้อย เป็นพระอุปัชฌาย์ การได้ศึกษาอักขระวิธี วิปัสสนากรรมฐาน และวิทยาคมกับหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระเถระผู้เคร่งครัดและเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง ได้สร้างพื้นฐานด้านสมาธิและเอกัคคตาจิตอันแน่นแฟ้นให้แก่ท่านตั้งแต่เยาว์วัย
สู่ร่มกาสาวพัสตร์ครั้งที่สอง
หลังจากลาสิกขาจากการเป็นสามเณรและใช้ชีวิตฆราวาสจนมีบุตรธิดา ๒ คน ท่านได้เกิดความเบื่อหน่ายในทางโลกและตระหนักในสัจธรรมแห่งไตรลักษณ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ท่านจึงตัดสินใจกลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะอุทิศตนให้พระพุทธศาสนาไปตลอดชีวิต โดยอุปสมบท ณ วัดสำเร็จ เกาะสมุย ได้รับฉายาว่า “ขันติโก” และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโฉลกหลำ และได้พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง

สุดยอดวัตถุมงคล “ขุนแผนเมืองใต้”
วัตถุมงคลของหลวงปู่จันทร์มีชื่อเสียงโด่งดังด้านเมตตามหาเสน่ห์และมหานิยมอย่างสูง โดยเฉพาะพระเนื้อผงประเภทพระสมเด็จและพระปิดตา ซึ่งมีมวลสารอันเป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วยว่านยาและเกสรดอกไม้ ๑๐๘ ชนิด, ไม้หอมศักดิ์สิทธิ์, ผงวิเศษที่ท่านเขียนและลบด้วยตนเอง (ผงอิทธิเจ, ปถมัง), น้ำผึ้งป่า, และที่สำคัญที่สุดคือชิ้นส่วนและผงของ **พระสมเด็จบางขุนพรหม** ที่ท่านได้รับมาเมื่อครั้งเปิดกรุในปี พ.ศ. ๒๕๐๐
การแบ่งยุคการสร้างพระเนื้อผง
- ยุคต้น (ก่อน พ.ศ. ๒๕๐๐): เนื้อพระจะค่อนข้างแห้งและหยาบ มีมวลสารที่มองเห็นได้ชัดเจน
- ยุคกลาง (พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นไป): นับเป็นยุคที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื้อพระจะมีความหนึกนุ่มฟู ออกขาวอมเหลือง เนื่องจากมีส่วนผสมของผงพระสมเด็จบางขุนพรหม
- ยุคปลาย (หลัง ๒๕๐๐ – ๒๕๒๐): เนื้อพระจะมีความแกร่งและขาวขึ้น เนื่องจากมีส่วนผสมของปูนเปลือกหอยเผามากขึ้น

พิมพ์พระที่ได้รับความนิยม
เนื่องจากแม่พิมพ์ในยุคแรกสร้างจากไม้และหินลับมีดซึ่งเปราะบาง ทำให้พระของท่านมีมากมายหลายพิมพ์ แต่พิมพ์ที่ได้รับความนิยมสูง อาทิเช่น:
- พระสมเด็จฐานสามชั้น (พิมพ์ใหญ่, กลาง, เล็ก)
- พระสมเด็จซุ้มคู่ และพิมพ์เก้าชั้น
- พิมพ์นางพญา และ พิมพ์ขุนแผน
- พิมพ์ปิดตา (มีทั้งขนาดใหญ่และจิ๋ว)


กรรมวิธีการปลุกเสกอันเข้มขลัง
หลวงปู่จันทร์ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในการปฏิบัติกรรมฐาน ในยามค่ำคืนท่านมักใช้เวลาสวดมนต์ภาวนาและทำสมาธิ และที่น่าอัศจรรย์คือวิธีการเขียนผงวิเศษของท่าน กล่าวกันว่าท่านจะขึงผ้าขาวไว้เหนือกระดานชนวน เมื่อท่านเขียนอักขระและบริกรรมคาถา ผงชอล์กจะลอยขึ้นไปติดอยู่บนผ้าขาวผืนนั้นเอง ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่แตกต่างจากคณาจารย์ท่านอื่น ท่านจะปลุกเสกวัตถุมงคลด้วยตัวท่านเองเพียงลำพัง ติดต่อกันหลายราตรีจนมั่นใจว่าเปี่ยมด้วยพุทธคุณแล้วจึงนำออกแจกจ่าย
หลวงปู่จันทร์ ขันติโก มรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ สิริอายุ ๘๐ ปี เหลือไว้เพียงคุณงามความดีและวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นที่ระลึกถึงจวบจนปัจจุบัน
